<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>dek-kai</title>
	<atom:link href="http://www.dek-kai.org/v03/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.dek-kai.org/v03</link>
	<description>Just another WordPress weblog</description>
	<lastBuildDate>Wed, 28 Jul 2010 05:19:48 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.9.2</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>โครงการปฐมบทใหม่ค่ายอาสาพัฒนาสร้างเสริมสุขภาพ &#8220;ค่ายเปลี่ยนคน คนเปลี่ยนความคิด&#8221;</title>
		<link>http://www.dek-kai.org/v03/2010/07/health-camp4/</link>
		<comments>http://www.dek-kai.org/v03/2010/07/health-camp4/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 28 Jul 2010 05:19:48 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.dek-kai.org/v03/?p=1199</guid>
		<description><![CDATA[
โครงการปฐมบทใหม่ค่ายอาสาพัฒนาสร้างเสริมสุขภาพ
&#8220;ค่ายเปลี่ยนคน คนเปลี่ยนความคิด&#8221;
โครงการปฐมบทใหม่ค่ายอาสาพัฒนาสร้างเสริมสุขภาพเดิมทีคือ โครงการค่ายอาสาพัฒนาสร้างเสริมสุขภาพ หรือ &#8220;ค่ายสร้างสุข&#8221; (Health@camp) เป็นโครงการความร่วมมือระหว่างสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และมูลนิธิโกมลคีมทอง โดยมีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนกิจกรรม การเรียนรู้นอกห้องเรียนให้กับนิสิต นักศึกษาในระดับอุดมศึกษาทั่วประเทศ และเพื่อสร้างมิติใหม่ของการทำค่ายที่ปลอดเหล้า บุหรี่ให้เกิดขึ้นแพร่หลาย โดยได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2549 จนถึงปัจจุบันปี 2552 รวมแล้วเป็นระยะเวลาถึง 4 ปี
ปีที่ 1 ก่อเกิด เป็นปีแห่งการก่อเกิดโครงการค่ายอาสาพัฒนาสร้างเสริมสุขภาพ เพื่อเป็นการสนับสนุนกิจกรรม การเรียนรู้นอกห้องเรียนให้กับนิสิต นักศึกษา เปิดพื้นที่ทางเลือกให้คนหนุ่มสาว ได้มีโอกาสออกไปรับรู้สังคมภายนอกรั้วมหาวิทยาลัยมากขึ้น เพราะเชื่อใน &#8220;พลังบริสุทธิ์ของคนหนุ่มสาว ยังคงมีอยู่ไม่ได้หายไปจากสังคม&#8221; อีกทั้งยังเป็นการเปิดมิติใหม่ของการทำค่ายแบบปลอดเหล้า บุหรี่ โดยเริ่มแรกกำหนดให้การสนับสนุนไม่เกิน 30 ค่าย แต่ปรากฏว่ามีนิสิต นักศึกษาให้ความสนใจส่งโครงการเข้ามาเป็นจำนวนมากจนต้องขยายการสนับสนุนเป็น 60 ค่าย และจากการติดตามประเมินผลในปีแรกพบว่ากระบวนการเรียนรู้ของนิสิต นักศึกษา อยู่ในระดับปัจเจก คือ สามารถบ่มเพาะจิตสำนึกสาธารณะ หรือแรงบันดาลใจให้กับนักศึกษาในการทำประโยชน์เพื่อผู้อื่นและชุมชนได้โดยไม่หวังผลตอบแทน และยังเป็นโอกาสในการฝึกฝนหรือขัดเกลาตนเองให้มีความอดทน เสียสละ มีน้ำใจ สามารถปรับตัวเพื่ออยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างเหมาะสม เรียนรู้ที่จะทำงานร่วมกัน ได้พบเพื่อนใหม่ได้ลองทำอะไรที่ยังไม่เคยทำ ได้เที่ยว ได้ประสบการณ์ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://www.dek-kai.org/v03/wp-content/uploads/2010/07/h1.jpg" alt="" width="300" height="176" align="left" /></p>
<p style="text-align: right;"><span style="color: #800080;"><strong>โครงการปฐมบทใหม่ค่ายอาสาพัฒนาสร้างเสริมสุขภาพ</strong></span></p>
<p style="text-align: right;"><span style="color: #800080;"><strong>&#8220;ค่ายเปลี่ยนคน คนเปลี่ยนความคิด&#8221;</strong></span></p>
<p>โครงการปฐมบทใหม่ค่ายอาสาพัฒนาสร้างเสริมสุขภาพเดิมทีคือ โครงการค่ายอาสาพัฒนาสร้างเสริมสุขภาพ หรือ &#8220;ค่ายสร้างสุข&#8221; (Health@camp) เป็นโครงการความร่วมมือระหว่างสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และมูลนิธิโกมลคีมทอง โดยมีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนกิจกรรม การเรียนรู้นอกห้องเรียนให้กับนิสิต นักศึกษาในระดับอุดมศึกษาทั่วประเทศ และเพื่อสร้างมิติใหม่ของการทำค่ายที่ปลอดเหล้า บุหรี่ให้เกิดขึ้นแพร่หลาย โดยได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2549 จนถึงปัจจุบันปี 2552 รวมแล้วเป็นระยะเวลาถึง 4 ปี</p>
<p><img src="http://www.dek-kai.org/v03/wp-content/uploads/2010/07/h2.jpg" alt="" width="250" align="right" />ปีที่ 1 ก่อเกิด เป็นปีแห่งการก่อเกิดโครงการค่ายอาสาพัฒนาสร้างเสริมสุขภาพ เพื่อเป็นการสนับสนุนกิจกรรม การเรียนรู้นอกห้องเรียนให้กับนิสิต นักศึกษา เปิดพื้นที่ทางเลือกให้คนหนุ่มสาว ได้มีโอกาสออกไปรับรู้สังคมภายนอกรั้วมหาวิทยาลัยมากขึ้น เพราะเชื่อใน &#8220;พลังบริสุทธิ์ของคนหนุ่มสาว ยังคงมีอยู่ไม่ได้หายไปจากสังคม&#8221; อีกทั้งยังเป็นการเปิดมิติใหม่ของการทำค่ายแบบปลอดเหล้า บุหรี่ โดยเริ่มแรกกำหนดให้การสนับสนุนไม่เกิน 30 ค่าย แต่ปรากฏว่ามีนิสิต นักศึกษาให้ความสนใจส่งโครงการเข้ามาเป็นจำนวนมากจนต้องขยายการสนับสนุนเป็น 60 ค่าย และจากการติดตามประเมินผลในปีแรกพบว่ากระบวนการเรียนรู้ของนิสิต นักศึกษา อยู่ในระดับปัจเจก คือ สามารถบ่มเพาะจิตสำนึกสาธารณะ หรือแรงบันดาลใจให้กับนักศึกษาในการทำประโยชน์เพื่อผู้อื่นและชุมชนได้โดยไม่หวังผลตอบแทน และยังเป็นโอกาสในการฝึกฝนหรือขัดเกลาตนเองให้มีความอดทน เสียสละ มีน้ำใจ สามารถปรับตัวเพื่ออยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างเหมาะสม เรียนรู้ที่จะทำงานร่วมกัน ได้พบเพื่อนใหม่ได้ลองทำอะไรที่ยังไม่เคยทำ ได้เที่ยว ได้ประสบการณ์ เป็นต้น แต่ยังไม่ยกระดับไปถึงขั้นเพื่อส่วนรวมได้</p>
<p><img src="http://www.dek-kai.org/v03/wp-content/uploads/2010/07/h3.jpg" alt="" width="250" align="left" />ปีที่ 2 สะสมปริมาณสู่คุณภาพ ผลจากการที่มีนิสิตนักศึกษาให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก ในปีที่ 2 จึงมีการขยายผลการสนับสนุนจากเดิมแค่ 30 ค่าย เป็น 100 ค่าย เพื่อกระจายให้ครอบคลุมในแต่ละภูมิภาค ทั้งนี้เพื่อเป็นการค้นหาค่ายที่จะสามารถเป็นค่ายต้นแบบในอนาคตได้ และเพื่อเป็นการปูพื้นฐานให้นิสิต นักศึกษาที่มีแนวคิดในเรื่องการทำงานด้านอาสาพัฒนาได้มีโอกาสมาพบปะ แลกเปลี่ยนแนวคิดการทำงานซึ่งกันและกันเพื่อในอนาคตจะสามารถก่อร่างเป็นเครือข่ายค่ายอาสาในปีต่อไปได้ในปีนี้เป้าหมายหลักจึงอยู่ที่การขยายผลการสนับสนุนเพื่อค้นหาค่ายต้นแบบ</p>
<p><img src="http://www.dek-kai.org/v03/wp-content/uploads/2010/07/h4.jpg" alt="" width="250" align="right" />ปีที่ 3 สะสมองค์ความรู้ จากการติดตามการทำงานค่ายของนิสิต นักศึกษาทั่วประเทศมาเป็นระยะเวลา 2 ปี ค่ายสร้างสุขในปีที่ 3 จึงก่อเกิดขึ้นโดยมีเป้าหมายเพื่อรวบรวมข้อมูลขั้นตอนการทำงานค่าย ตลอดจนข้อเรียนรู้ที่เกิดขึ้น เพื่อนำมาประมวลผลเป็นองค์ความรู้ว่าด้วยเรื่องของการทำงานค่ายอาสาพัฒนา จนสามารถรวบรวมเป็นคู่มือ &#8220;เคล็ด (ไม่) ลับ เพื่อความสุขและความสำเร็จในงานค่ายอาสาพัฒนา&#8221; ตอน &#8220;เมื่อดอกไม้บานที่งานค่าย&#8221; บอกเล่าเคล็ดลับการทำค่าย ตั้งแต่ขั้นเตรียมค่ายไปจนถึงขั้นสรุปค่ายเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่ว่า &#8220;คนสร้างค่าย ค่ายสร้างคน&#8221; นอกจากนี้ยังมีการขยายขอบเขตของการทำค่ายโดยไม่ยึดติดในรูปแบบเดิมๆ ที่ว่าค่ายต้องไปในที่กันดารหรือไปค้างคืน ดังนั้นในปีที่ 3 จึงก่อเกิดค่ายลักษณะจิตอาสา โดยทำต่อเนื่องตลอดทั้งปีว่างเมื่อไหร่ก็สามารถรวบรวมคนออกไปทำได้</p>
<p>ปีที่ 4 พัฒนาให้เกิดค่ายต้นแบบ เพื่อค้นหาค่ายอาสาพัฒนาฯ ที่จะสามารถสร้างการเรียนรู้ให้กับนิสิต นักศึกษาอย่างแท้จริง และชุมชนเองก็ได้รับประโยชน์อย่างแท้จริงด้วย ค่ายในปีที่ 4 จึงเน้นให้นิสิต นักศึกษา หันมาให้ความสนใจประเด็นทางสังคมมากขึ้น นอกเหนือไปจากการเรียนรู้ในระดับปัจเจกแล้วนั้นจะต้องทำค่ายโดยเน้นการมีส่วนร่วมกับชุมชนให้มากที่สุด โดยต้องศึกษาปัญหาของชุมชน และร่วมกันหาทางออกกับชุมชนยึดความต้องการของชุมชนเป็นหลัก และร่วมกันหาทางออกกับชุมชนยึดความต้องการของชุมชนเป็นหลัก อีกทั้งยังสนับสนุนให้เกิดการทำงานเป็นเครือข่ายเด็กค่ายอาสาสร้างสุขขึ้น</p>
<p><img src="http://www.dek-kai.org/v03/wp-content/uploads/2010/07/h5.jpg" alt="" height="200" align="left" /><img src="http://www.dek-kai.org/v03/wp-content/uploads/2010/07/h6.jpg" alt="" height="200" /></p>
<p>โครงการค่ายอาสาพัฒนาสร้างเสริมสุขภาพได้มีการเติบโตและมีการทำงานอย่างต่อเนื่องในการสนับสนุนงานค่ายอาสาพัฒนาสร้างเสริมสุขภาพให้ขยายผลและเกิดพื้นที่การเรียนรู้ต่างๆ ในวงกว้างทั้งในกลุ่ม ชมรม คณะ มหาวิทยาลัย รวมถึงพื้นที่ที่นักศึกษาลงไปทำกิจกรรมในชุมชน สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นผลอันเนื่องมาจากการเติบโตทางด้านความคิด และกระบวนการทำงานสิ่งที่ปรากฏเห็นได้อย่างชัดเจนและเป็นรูปธรรม คือ การสร้างเครือข่ายสร้างสุขโดยการรวมตัวของแกนนำและ กลุ่มเยาวชนที่มีความมุ่งมั่นในการขยายการทำงานค่ายสู่คนที่มีจิตอาสาอันเป็นผลสืบเนื่องมาจากการสนับสนุนโครงการค่ายอาสาพัฒนาสร้างเสริมสุขภาพ ซึ่งที่ผ่านมามุ่งเน้นการสร้างเครือข่ายการทำงานค่ายและการพัฒนาศักยภาพของแกนนำค่าย</p>
<p>โครงการค่ายอาสาพัฒนาสร้างเสริมสุขภาพปีนี้ จึงตอกย้ำแนวคิดการทำค่ายโดยเน้นการมีส่วนร่วมกับชุมชน และให้ความสำคัญของพลังกลุ่มคนเหล่านี้ที่จะสามารถเข้ามามีบทบาทในการทำประโยชน์เพื่อสังคม และยังเป็นอีกพื้นที่หนึ่งในการแลกเปลี่ยน เรียนรู้ประสบการณ์ดีๆ ในการทำกิจกรรม เพื่อให้เกิดพื้นที่เครือข่ายเด็กค่ายในแต่ละภูมิภาค อีกทั้งยังมีการติดตามเพื่อเก็บข้อมูลเด็กค่ายที่ได้รับทุนจากโครงการว่ามีการพัฒนาและนำประสบการณ์จากทำงานค่ายไปใช้ในชีวิต และการทำงานเพื่อให้เป็นปฐมบทใหม่ค่ายอาสาพัฒนาสร้างเสริมสุขภาพ &#8220;ค่ายเปลี่ยนคน คนเปลี่ยนความคิด&#8221; อย่างแท้จริง</p>
<p><img src="http://www.dek-kai.org/v03/wp-content/uploads/2010/07/h7.jpg" alt="" height="150" align="left" /><img src="http://www.dek-kai.org/v03/wp-content/uploads/2010/07/h8.jpg" alt="" height="150" align="left" /><img src="http://www.dek-kai.org/v03/wp-content/uploads/2010/07/h9.jpg" alt="" height="150" align="left" /></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dek-kai.org/v03/2010/07/health-camp4/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>มูลนิธิโกมลคีมทอง</title>
		<link>http://www.dek-kai.org/v03/2010/07/komol-f/</link>
		<comments>http://www.dek-kai.org/v03/2010/07/komol-f/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 28 Jul 2010 04:55:15 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.dek-kai.org/v03/?p=1184</guid>
		<description><![CDATA[สำหรับประวัติของครูโกมล คีมทองนั้น   จบชั้นอุดมศึกษาจากคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สาขามัธยมศึกษา เอกวิชาสังคมศึกษา โทภาษาฝรั่งเศส ในปีการศึกษา 2512   และในปี 2513-2514 ก็ได้มีแนวคิดการพัฒนาด้านการศึกษา  โดยได้ไปสร้างโรงเรียนชุมชน คือ โรงเรียนเหมืองห้วยในเขา ตำบลบ้านส้อง อำเภอเวียงสระ จังหวัดสุราษฎร์ธานี นอกจากนั้นได้มีแนวคิดโดยเน้นเกี่ยวกับวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น รวมทั้งการจัดระบบการเรียนการสอนที่เน้นเข้ากับบริบทของท้องถิ่น เช่น การให้มีการสอนศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นภาคใต้ เช่นมโนราห์ หรือนิทานพื้นบ้านให้กับเด็กนักเรียน และที่สำคัญครูโกมล คีมทองได้มีจิตอาสา และทำงานเพื่อสังคมมาตั้งแต่สมัยเรียนอยู่ในมหาวิทยาลัย ทำให้เกิดกระบวนการเรียนรู้จริงจากการลงมือปฏิบัติและสัมผัสกับปัญหาทางการศึกษาของเด็กและเยาวชนในสมัยนั้นเป็นอย่างดี และมีจิตใจที่แน่วในความเป็นครูเพื่
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://www.dek-kai.org/v03/wp-content/uploads/2010/07/k1.jpg" alt="" width="150" align="left" />สำหรับประวัติของ<span style="color: #800000;"><strong>ครูโกมล คีมทอง</strong></span>นั้น   จบชั้นอุดมศึกษาจากคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สาขามัธยมศึกษา เอกวิชาสังคมศึกษา โทภาษาฝรั่งเศส ในปีการศึกษา 2512   และในปี 2513-2514 ก็ได้มีแนวคิดการพัฒนาด้านการศึกษา  โดยได้ไปสร้างโรงเรียนชุมชน คือ โรงเรียนเหมืองห้วยในเขา ตำบลบ้านส้อง อำเภอเวียงสระ จังหวัดสุราษฎร์ธานี นอกจากนั้นได้มีแนวคิดโดยเน้นเกี่ยวกับวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น รวมทั้งการจัดระบบการเรียนการสอนที่เน้นเข้ากับบริบทของท้องถิ่น เช่น การให้มีการสอนศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นภาคใต้ เช่นมโนราห์ หรือนิทานพื้นบ้านให้กับเด็กนักเรียน และที่สำคัญครูโกมล คีมทองได้มีจิตอาสา และทำงานเพื่อสังคมมาตั้งแต่สมัยเรียนอยู่ในมหาวิทยาลัย ทำให้เกิดกระบวนการเรียนรู้จริงจากการลงมือปฏิบัติและสัมผัสกับปัญหาทางการศึกษาของเด็กและเยาวชนในสมัยนั้นเป็นอย่างดี และมีจิตใจที่แน่วในความเป็นครูเพื่</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dek-kai.org/v03/2010/07/komol-f/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>“ปลุกพลัง ค่ายสร้างสุข”</title>
		<link>http://www.dek-kai.org/v03/2010/07/power-of-dekkai/</link>
		<comments>http://www.dek-kai.org/v03/2010/07/power-of-dekkai/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 28 Jul 2010 04:12:16 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[activity]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.dek-kai.org/v03/?p=1158</guid>
		<description><![CDATA[จาก(อดีต)เด็กค่าย สู่เส้นทางที่หลากหลาย สู่สังคมที่กว้างใหญ่ สู่ ภาระหน้าที่และการทำงาน ยังจำได้ไหม ทำเพื่อใครในสังคม...]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>วันที่ 18 กรกฎาคม  2553 ทางมูลนิธิโกมลคีมทอง ร่วมกับ สำนักงานสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)  ได้จัดงาน “ปลุกพลังค่ายสร้างสุข” ขึ้น ณ บ้านเซเวียร์  ซึ่งตั้งอยู่บริเวณเขตอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ  วัตถุประสงค์หลักของงานนี้  คือการให้เด็กค่ายที่เคยร่วมโครงการค่ายอาสาพัฒนาสร้างเสริมสุขภาพ (โครงการค่ายสร้างสุขปี 1-5) ที่สำเร็จการศึกษาในระดับอุดมศึกษาจากมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ทั่วประเทศ  ได้มีโอกาสมาร่วมพบปะ  พูดคุย  กระชับความสัมพันธ์และแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน  รวมไปถึงการทบทวนไปถึงความคาดหวังและความใฝ่ฝันที่เกิดขึ้นในช่วงระยะเวลาทำค่ายอาสาของชีวิตนิสิต-นักศึกษา<br />
<img src="http://www.dek-kai.org/v03/wp-content/uploads/2010/07/11.jpg" alt="" width="350" align="left" /><img src="http://www.dek-kai.org/v03/wp-content/uploads/2010/07/21.jpg" alt="" width="350" /></p>
<p><span style="color: #800000;">บรรยากาศของงานเริ่มต้นจากการทะยอยเดินทางมาถึงของเหล่าอดีตเด็กค่าย..จาก 1  เป็น2   จาก 2 เป็น 3.. 4.. 5&#8230;.  จนในที่สุดรวมๆกันแล้วก็ประมาณ 25  คน  ซึ่งทั้งหมดเคยเป็นนิสิต-นักศึกษของาเค่ายสร้างสุขมาตั้งแต่  ปี 1-5  แม้ในระยะแรกอาจจะยังไม่คุ้นเคยกัน  แต่ด้วยจิตวิญญาณของเด็กค่าย  กระบวนการปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันและกันจึงเกิดขึ้นได้ไม่ยากนัก  มีการจับกลุ่มพูดคุย  สอบถามถึงความเป็นอยู่  หน้าที่การงาน  ตลอดจนการหวนระลึกถึงวีรกรรมในสมัยที่เป็นเด็กค่าย  สิ่งที่ตามมานั้นก็คือรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ  ที่แฝงไปด้วยมิตรภาพและความทรงจำดีๆ</span></p>
<p><img src="http://www.dek-kai.org/v03/wp-content/uploads/2010/07/31.jpg" alt="" width="300" height="208" align="left" />กิจกรรมภายในงาน เริ่มจากกระบวนการสันทนาการ  เพื่อสร้างความสัมพันธ์และความคุ้นเคย  ถึงแม้สถานะของพวกเขาทุกวันนี้  จะเป็นถึงคุณครู  คุณหมอ  คุณวิศวกร ฯลฯ  แต่สิ่งเหล่านี้กลับไม่ใช่อุปสรรคในการร่วมกิจกรรมเลย  โดยเฉพาะการผลัดเปลี่ยนกันออกมานำกิจกรรม  ซึ่งทุกคนก็สามารถทำได้ดี   มีการฉายวีดีทัศน์บรรยากาศค่ายสร้างสุขทั้ง 5 ปีที่ผ่ามมา  เนื้อหาจะเป็นการบอกเล่าเรื่องราวของวีถีชาวค่าย  ไม่ว่าจะเป็นรอยยิ้ม  เสียงหัวเราะ  คราบน้ำตา  ที่เกิดจากการซาบซึ่งในรสชาติของคำว่า “ค่ายอาสา”  จากนั้นมีการแบ่งกลุ่มย่อยเพื่อให้สมาชิกได้ทบทวนความทรงจำและสะท้อนความรู้สึกที่มีต่อค่ายอาสา  รวมไปถึงการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน</p>
<p><img src="http://www.dek-kai.org/v03/wp-content/uploads/2010/07/41.jpg" alt="" width="300" height="208" align="right" />เพื่อสร้างอารมณ์และความรู้สึกถึงความเป็นค่ายอาสา  ให้แก่อดีตเด็กค่ายที่มาร่วมงานนี้   ได้มีการบรรเลงกีต้าร์เพื่อขับกล่อมเป็นเสียงดนตรี ด้วยบทเพลงแห่งค่ายอาสาที่หลาย ๆ คนคุ้นหูเป็นอย่างดี    ซึ่งนอกจากระสร้างความเพลิดเพลินแล้ว  ยังให้แง่คิดดี ๆ  อีกด้วย</p>
<p><span style="color: #800000;">ในช่วงบ่าย  เป็นกิจกรรมวงคุย ในประเด็นของความรู้สึกในการอยากที่จะทำกิจกรรในรูปแบบของงานอาสา  ต่ออีกหรือไม่  และทิศทางที่จะก้าวเดินต่อไป&#8230;.  โดยหลาย ๆคน  ก็สะท้อนความรู้สึก  ความคิดเห็นและทัศนคติของตังเองออกมา   เนื้อหาที่สรุปได้จากประเด็นนี้  คือ  ทุกคนมีมิติของความอยากที่จะทำกิจกรรมในรูปแบบของงานอาสาอยู่  เพียงแต่อาจจะติดขัดด้วยปัจจัยและเงื่อนไขต่าง ๆ  เท่านั้นเอง  เพื่อที่จะพัฒนาไปสู่ความเป็นรูปเป็นร่างของความคิดดังกล่าว  จึงเกิดการตั้งคณะทำงานโดยมาจากการเลือกกันเองของผู้เข้าร่วมงาน  เพื่อทำหน้าที่เป็นกลุ่มประสานงานในการขับเคลื่อนงาน  ซึ่งสิ่งที่สมาชิกต้องการโดยด่วน  คือพื้นที่ในการพูดคุยติดต่อประสานงานและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน  โดยได้เลือกใช้เว็บไซด์เด็กค่าย www.dek-kai.org  เป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างพื้นที่ดังกล่าว</span></p>
<p>สุดท้ายเป็นกิจกรรมที่เรียกความสนใจจากสมาชิกได้ไม่น้อย  นั้นคือ  การสอยดาวและการแลกของที่ระลึก  ซึ่งของรางวัลก็เป็นสิ่งของที่ทางมูลนิธิ ฯ  และทางสมาชิกได้เตรียมมาเอง  โดยมูลค่าสิ่งของอาจจะไม่มากมายนัก  แต่จะมีความสำคัญในแง่ของคุณค่าทางจิตใจมากกว่า  อาทิ    เสื้อค่ายสร้างสุขตั้นแต่รุ่นปีที่ 1-5  หนังสือครูโกมล  แด่หนุ่มสาว  สมุดทำมือ  โปสการ์ด  เป็นต้น</p>
<p><img src="http://www.dek-kai.org/v03/wp-content/uploads/2010/07/51.jpg" alt="" width="350" align="left" /><img src="http://www.dek-kai.org/v03/wp-content/uploads/2010/07/61.jpg" alt="" width="350" /><img src="http://www.dek-kai.org/v03/wp-content/uploads/2010/07/71.jpg" alt="" width="350" align="left" /><img src="http://www.dek-kai.org/v03/wp-content/uploads/2010/07/81.jpg" alt="" width="350" /></p>
<p><strong><span style="color: #800000;">การเดินทางมาพบกันครั้งนี้  ทุกคนต่างเดินทางมาด้วยใจ    เห็นได้จากการกระตือรือร้นที่จะเสนอแนวทางเพื่อนำไปสู่ความเป็นไปได้  ในการสร้างเครือข่ายการทำกิจกรรมของคนวัยทำงาน  ที่ต้องเผชิญกันเงื่อนไขต่าง ๆ  มากมาย  การพบกันครั้งนี้  อาจจะถือเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างเครือข่ายการทำงานอาสาในระดับของคนวัยทำงาน  ความเชื่อความฝันถึงสังคมอันดีงานที่เคยร่วมกันทำในช่วงชีวิตนิสิต-นักศึกษา  จะได้รับการสานต่อกันต่อไป</span></strong></p>
<p><img src="http://www.dek-kai.org/v03/wp-content/uploads/2010/07/91.jpg" alt="" /></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dek-kai.org/v03/2010/07/power-of-dekkai/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เหมือนอย่างไม่เคย</title>
		<link>http://www.dek-kai.org/v03/2010/07/vittayakorn/</link>
		<comments>http://www.dek-kai.org/v03/2010/07/vittayakorn/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 18 Jul 2010 16:44:53 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[story]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.dek-kai.org/v03/?p=1139</guid>
		<description><![CDATA[“เหมือนอย่างไม่เคย” เลือกนำเสนอช่องว่างระหว่างเมืองและชนบท ผ่านเรื่องราวของนักศึกษาจากกรุงเทพฯ กลุ่มหนึ่งที่เดินทางไปช่วยพัฒนาหมู่บ้านแร้นแค้นในต่างจังหวัด พวกเขาได้ช่วยกันสร้างศาลาประชาคมขึ้นมาหลังหนึ่งเพื่อให้ชาวบ้านได้ใช้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจและจัดกิจกรรมสันทนาการในยามว่างเพราะเชื่อว่าศาลาประชาคมจะเป็นเครื่องหมายแสดงถึงความเจริญก้าวหน้าของหมู่บ้าน โดยพวกเขาไม่เคยฉุกคิดว่านี่คือสิ่งที่ชาวบ้านต้องการหรือไม่]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://www.dek-kai.org/v03/wp-content/uploads/2010/07/1-300x205.jpg" alt="" width="300" height="205" align="left" />เหมือนอย่างไม่เคย พวกเขามากันในรถสีแสดคันใหญ่ แบบที่ทองม้วนไม่เคยเห็นมาก่อน มาพร้อมกับเสียงเพลงสูงๆต่ำๆ ซึ่งกระแทกกระทั้นราวกับเกิดจากการกระดอนของรถบน เส้นทางที่ขรุขระ “พวกเรามาพัฒนาการทำงานส่วนรวมของชาติ…” เขาร้องประโยคนั้นซ้ำกันไปซ้ำกันมาด้วยเสียงอันดัง ราวกับว่าจะเน้นให้โลกทั้งโลกได้รับรู้ ทองม้วนไม่เคยได้ยินท่วงทำนองของเพลงนี้มาก่อน แต่เธอก็รู้สึกเหมือนจะเป็นท่วงทำนองที่มักคุ้นและเกิดความดื่มด่ำโดย สัญชาตญาณว่า เพลงนี้น่าจะนำ มาซึ่งความรื่นรมย์และความเป็นมิตรมากกว่าอะไรอื่น เมื่อรถจอดสนิทดีแล้ว พวกเขาค่อยทยอยกันลงมา ล้วนแต่เป็นคนหนุ่มสาว แต่งตัวด้วยกางเกงคล้ายๆ กัน และบางคนก็สวมหมวก  เวลามองไกลๆ ทองม้วนไม่แน่ใจว่าคนไหนเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายกันแน่ เธอขยับเดินเข้าไปเมียงมองกึ่งหวาดๆ กึ่งอยากรู้ และได้ เห็นพวกเขาทั้งหญิงและชายกำลังลงมาเดินยืดแข้งยืดขา พลางก็หันไปมองรอบๆ อย่างสนอกสนใจ ทองม้วนไม่เข้าใจเลยว่าเขามองดูอะไรกันนัก เพราะเมื่อ เธอหันมองตามก็ไม่เห็นมีอะไรนอกจากทุ่งนาอันแห้งแล้ง หมู่บ้านเก่าๆของพวกบ้านเธอ วัดเล็กๆ โรงเรียนไม้กระดานที่มีแต่พื้นกับหลังคาที่เห็นจนชินตา เธอ สะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงหญิงสาวคนหนึ่งอุทานกับเพื่อนของเธอว่า “แหม อากาศที่นี่ดีจริงนะ” เป็นประโยคที่นำความแปลกใจมาสู่เธอไม่น้อย เธอไม่เคยได้ยิน ใครเขาพูดกันด้วยประโยคนี้มาก่อนเลยในหมู่บ้านที่เธออาศัยเติบโตมาเป็นเวลา 12-13 ปี</p>
<p><img src="http://www.dek-kai.org/v03/wp-content/uploads/2010/07/2-300x205.jpg" alt="" width="300" height="205" align="right" /><span style="color: #800000;">ผู้ใหญ่มีได้ออกไปหาคนเหล่านั้น มีเด็กหนุ่มคนหนึ่งท่าทางคงเป็นหัวหน้าตรงเข้ามาทักทาย และเจรจากับผู้ใหญ่ ในสายตาของพวกเด็กขนาดเธอแต่ไรมา ผู้ใหญ่มีนั้นถือเสมือนเป็นคนที่น่านับถือที่สุดในหมู่บ้าน เพราะว่าหลวงท่านตั้งแกไว้เป็นหัวหน้า และทุกคนต้องเชื่อฟังแก แต่วันนี้ผู้ใหญ่มีไม่ได้มีลักษณะของ หัวหน้าเลย แกเข้าไปพูดจากับเด็กหนุ่มเหล่านั้นไม่ผิดอะไรกับที่แกเคยพูดกับเจ้านาย ทองม้วนชักหวาดขึ้นมาครามครัน ถ้าคนเหล่านี้ล้วนเป็นเจ้านาย เขามา กันทำไมพร้อมกันตั้ง 50-60 คน ถึงเธอจะเป็นเด็กเธอก็รู้ดีว่าเจ้านายเพียง 2-3 คน ก็อาจจะทำให้หมู่บ้านโกลาหลได้แล้ว และนี่เขามากันตั้งโขยงหนึ่ง</span></p>
<p>พวกนั้นเริ่มขนกระเป่าเสื้อผ้า เดินตามผู้ใหญ่มีไปที่โรงเรียน เป็นที่เข้าใจกันว่าพวกเขาจะไปพักนอนกันที่นั่น เธอสงสัยอยู่ไม่วายว่าคนเหล่านั้นเขาจะมาค้างคืนที่นี่ทำไม ไม่มีเจ้านายคนไหนเขาทำกันมาก่อนและที่บ้านของเธอตอนกลางคืนก็ไม่เห็นจะมี อะไรนอกจากความมืดตื้อ เสียงจิ้งหรีดและเสียงลมพัดเท่านั้น ไม่มีใครในหมู่บ้านจะให้คำตอบแก่ดวงใจอันเต็มไปด้วยความอยากรู้ของเธอได้ พ่อนั้นไม่เคยว่างพอสำหรับคำถามใดๆทั้งสิ้น แม่ก็ไม่เคยจะใส่ใจอะไรมาก ไปกว่างานประจำวันอันน่าเหน็ดเหนื่อยแทน “ครูก็ดุเกินกว่าที่จะมีใครกล้าไปยุ่งด้วย ผู้ใหญ่มีคนที่ควรจะรู้เรื่องดีนั้นเล่าก็มัวไปสาละวนจัดแจงต้อนรับหา ข้าวหาน้ำให้พวกเขากินกัน แต่อย่างไรก็ช่างเถอะ ทองม้วนคิด ถ้าหากพวกเขาจะยังคงอยู่ที่นี่กันต่อไป เธอก็คงจะพอหาคำตอบได้เองในไม่ช้า</p>
<p><span style="color: #800000;">เย็นวันนั้นผู้ใหญ่ก็ได้เคาะเกราะเรียกประชุม พวกที่มาในรถคันใหญ่ก็มากันด้วย ราวว่าเขาได้เข้ามาเป็นสมาชิกของหมู่บ้านแล้วด้วยฉะนั้น ทองม้วนวิ่งหลบแม่ ไปฟังเขาประชุมกัน เธอต้องการรู้ทุกสิ่งทุกอย่างที่เธออยากรู้และสงสัย   ผู้ใหญ่มีไม่ใช่คนที่พูดเก่งมาแต่ไหนแต่ไร ดังนั้นเมื่อแกลุกขึ้นมาพูด แกก็ยังคงงกๆ เงิ่นๆ และพูดไม่ค่อยปะติดปะต่อกัน ทองม้วนฟังได้ความเพียงเลาๆว่า คน เหล่านี้เป็นนักเรียนมาจากเมืองหลวง ระหว่างนี้พวกเขาหยุดเรียนกัน จึงได้เสียสละออกมาเพื่อช่วยสร้างฐานะความเป็นอยู่ของชาวบ้านให้ดีขึ้น เธอไม่ค่อย เข้าใจนักว่าทำไมพวกเขาถึงมาช่วย และจะมาช่วยทำอะไร แต่เธอก็ดีใจที่ได้รู้ว่าอย่างน้อยพวกเขาก็ไม่ใช่เจ้านาย</span></p>
<p><img src="http://www.dek-kai.org/v03/wp-content/uploads/2010/07/3-300x204.jpg" alt="" width="300" height="205" align="left" />ต่อจากนั้นคนที่เป็นหัวหน้าฝ่ายเขาก็ลุกขึ้นพูดบ้าง เขาพูดได้เก่งกว่าผู้ใหญ่เยอะ และพูดอะไรเสียยืดยาวจนพวกชาวบ้านทำท่าเหมือนกับว่าจะหลับไปหลายคน ทองม้วนรู้สึกทึ่งในท่าทางและคำพูดของเขายิ่งนัก แม้ว่าเธอจะไม่เข้าใจถ้อยคำทั้งหมดที่เขาพูดมา เนื่องจากเขาใช้คำบางคำซึ่งเธอไม่เคยได้ยินมาก่อน และบางครั้งก็เป็นภาษาฝรั่งปนมาด้วย เธอรู้แต่เพียงว่าพวกเขากำลังพยายามจะอธิบายให้พวกชาวบ้านเข้าใจว่าพวกเขา เป็นผู้ที่ยอมเสียสละมาทำงานโดยไม่ ได้รับสิ่งตอบแทนใดๆ ทั้งนี้ก็เพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญเท่านั้น เวลาเขาพูดถึงประเทศชาติ เขาพูดด้วยเสียงอันดังและทำมือทำไม้ขึงขัง พวกชาวบ้านได้แต่ผงกหัวขึ้นดูด้วยความฉงนและสนุก นอกจากผู้ใหญ่บ้านกับครูแล้วก็คงจะไม่มีใครรู้เรื่องชาติกันเท่าใดนัก แม้แต่นักเรียนชั้นประถมสี่อย่าง ทองม้วนเองก็ยังยากที่จะเข้าใจ ถึงแม้ว่าครูจะเคยพยายามชี้ให้เธอเห็นภาพของชาติสักเท่าไร เธอก็นึกไม่ออก เพราะสิ่งที่เธอเห็นอยู่ก็มีแต่หมู่บ้าน ทุ่งนา ควาย และเด็กเลี้ยงควายเท่านั้น ชาติจะมีรูปร่างหน้าตาอย่างไรหนอ ถ้ามันใหญ่กว่าทั้งหมู่บ้านและทุ่งนารวมกัน</p>
<p><img src="http://www.dek-kai.org/v03/wp-content/uploads/2010/07/4.jpg" alt="" width="300" height="205" align="right" /><span style="color: #800000;">วันรุ่งขึ้นพวกเขาก็เริ่มตั้งต้นทำงานตามที่เขาพูดไว้ พวกผู้หญิงเป็นฝ่ายช่วยขนดิน ขนไม้ ไสกบ ขณะที่พวกผู้ชายบางกลุ่มเริ่มขุดหลุมฝังเสา บางกลุ่มบากหัว เสาและบางกลุ่มก็เลื่อยไม้ พวกเขาทำงานกันด้วยใบหน้ายิ้มแย้มและร่าเริง คุยกันไปด้วยเย้าแหย่กันไปด้วยอย่างน่าสนุกสนาน ทองม้วนไม่เคยเห็นการทำงาน เช่นนี้มาก่อน ที่บ้านของเธอเวลาใครจะปลูกบ้านสักหลังจะไปตามช่างไม้มา 2-3 คนก็พอแล้ว จากนั้นเขาก็จะตั้งหน้าตั้งตาทำงานกันอย่างจริงจัง จนแทบ ไม่ค่อยได้พูดจากันมากนัก แต่ที่นี่มีคนตั้ง 50-60 คนสำหรับสร้างบ้านหลังเดียว อ้อ ไม่ใช่บ้านหรอก พวกเขาเรียกมันว่า “ศาลาประชาคม” หรืออะไรนี่แหละ ทองม้วนไม่ค่อยเข้าใจชัดนักว่าศาลาประชาคมจะต่างกับศาลาวัดที่เธอมีอยู่ แล้วอย่างไร เห็นแต่พวกเขาอธิบายกันว่าจะได้ไว้เป็นที่พบปะหย่อนใจของชาว บ้าน เป็นการส่งเสริมสันทนาการหรืออะไรทำนองนั้น ไอ้คำหลังนี่เธอยิ่งไม่รู้เรื่องเลยว่ามันหมายถึงอะไรกัน เธอไม่ได้นึกมาก่อนด้วยซ้ำว่าจะมีคำนี้อยู่ในโลก แต่อย่างไรก็ดี เธอคิดว่าอย่างน้อยมันก็คงจะต้องเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ ไม่งั้นพวกเขาตั้งหกสิบคนก็คงไม่อุตส่าห์เดินทางไกลมาทำกัน แล้วพวกเขาก็เป็นนัก เรียนชั้นสูงมากมายกว่าเธอหลายเท่าด้วย เขาต้องฉลาดกว่าทุกคนในหมู่บ้านแน่ๆ</span></p>
<p><img src="http://www.dek-kai.org/v03/wp-content/uploads/2010/07/5-211x300.jpg" alt="" width="211" height="300" align="right"/>ตกเที่ยงเธอก็ได้ยินเสียงนกหวีด และเห็นพวกเขาวางมือจากงาน เดินกลับที่พักกันเป็นกลุ่มๆ ทองม้วนชอบแม้แต่วิธีการเดินของพวกเขา เขาเดินกระจายกัน ตามสบาย และตะโกนคุยกันได้อย่างน่าสนุกสนาน ที่โรงเรียนนั้นก็มีพวกเขาอีกกลุ่มหนึ่งทั้งหญิงและชายเป็นฝ่ายจัดทำอาหาร เตรียมไว้ พวกเขานั่งล้อมวงกิน กันด้วยท่าทางอันน่าเอร็ดอร่อย และพอบ่ายพวกเขาก็เริ่มทำงานกันต่อ</p>
<p><span style="color: #800000;">ตอนเย็นเธอได้ยินเสียงนกหวีดอีกครั้งหนึ่ง พวกเขาต่างพากันมาอาบน้ำอาบท่า และนั่งคุยกันแถวหน้าสนามโรงเรียน มีใครเอาเครื่องดนตรีรูปร่างแปลกชนิด หนึ่งขึ้นมาเล่น แล้วพวกเขาร้องเพลงกันด้วยภาษาซึ่งทองม้วนไม่อาจที่จะเข้าใจได้เลย พอตกค่ำพวกเขาก็จุดตะเกียงเจ้าพายุขึ้นราวกับจะมีงานพิธีอะไรกัน ถึงตอนนี้พวกเด็กชักกล้าขึ้นมาบ้างแล้ว จึงเข้าไปเมียงมองใกล้กว่าแต่ก่อน พวกหญิงสาวแต่งตัวสวยงามเหล่านั้นเห็นเข้าก็มาเรียกให้พวกเธอไปนั่งด้วย แต่ ไม่มีใครกล้า ทองม้วนยืนแอบอยู่ตรงมุมมืดๆแห่งหนึ่ง เธอรู้สึกอายเสื้อผ้าปุปะของเธอ อายว่าถ้าถูกถามเธอจะพูดอะไรตะกุกตะกัก คนเหล่านั้นล้วนแต่งตัว ด้วยเสื้อผ้าดีกว่าของเธอมากนัก และเขาก็พูดกันเก่งเสียเหลือเกิน พวกเขาจับกลุ่มกันร้องเพลงและมีการละเล่นต่างๆ ล้วนแต่เป็นการละเล่นที่แปลกสำหรับ เธอไปเสียทั้งสิ้น และไม่ว่าเขาจะเล่นอะไรกันก็ตาม มักจะมีใครคนหนึ่งทำผิดเสมอ เขาต้องถูกลงโทษให้ทำอะไรแล้วแต่คนอื่นจะสั่ง ทองม้วนได้เห็นเขาเล่นกันพิเรนๆ ซึ่งทำให้เธอรู้สึกทึ่ง เด็กหนุ่มคนหนึ่งถูกสั่งให้ไปคุกเข่าขอความรักจากหญิงสาวต่อหน้าคนมากมาย แล้วพวกเขาก็หัวเราะกัน เธอไม่เคยเห็นใครทำท่าทางกันแบบนี้มาก่อนเลยในชีวิต</span></p>
<p><img src="http://www.dek-kai.org/v03/wp-content/uploads/2010/07/6.jpg" alt="" width="300" height="205" align="left" />หลังจากที่เขาได้หาวิธีการเล่นแปลกๆ จนไม่มีอะไรจะเล่นกันต่อไปอีกแล้ว หัวหน้าก็ลุกขึ้นมาพูดอีก ดูเขาช่างเป็นคนชอบพูดเสียจริงๆ เขาพูดสรุปผลงานที่ ได้ทำไปว่าดีอย่างโน้นวิเศษอย่างนี้ และก็ไม่ลืมที่จะพูดถึงประเทศชาติด้วยความภาคภูมิใจเหมือนกับทุกครั้ง เสร็จแล้วเขาก็เปิดโอกาสให้คนอื่นๆขึ้นพูดบ้าง มีเด็กหนุ่มท่าทางเอาจริงเอาจังอีกคนหนึ่งลุกขึ้นพูด เสียงของเขาไม่ดีเท่าหัวหน้า แต่ก็ดังและหนักแน่น เขาพูดว่าเรา (หมายถึงพวกเขา) มัวแต่มาจับกลุ่มกันเองเกินไป ไม่ได้ทำตัวให้เข้ากับชาวบ้าน แม้แต่การแต่งตัวก็ผิดแปลกแล้ว เขาร้องขอให้ทุกคนพยายามช่วยกันหาทางแก้ไขข้อบกพร่องอันนี้ พอเขาพูดจบ ก็ได้รับการสนับสนุนด้วยการตบมือกราวใหญ่ หัวหน้าลุกขึ้นมาพูดว่า เขาก็คิดๆไว้เหมือนกัน แต่เห็นว่าเป็นวันแรกๆ เลยปล่อยไปก่อน ต่อไปเราก็ควร พยายามทำตัวให้เข้ากับชาวบ้านมากขึ้น หัวหน้าก็เลยได้รับการตบมือด้วยเหมือนกัน</p>
<p><span style="color: #800000;">เมื่อกลับไปบ้าน ทองม้วนใช้เวลานานกว่าปกติกว่าจะหลับลงได้ ทุกสิ่งทุกอย่างดูช่างตื่นเต้นสำหรับเธอผู้ไม่เคยออกไปนอกหมู่บ้านเลย หลับแล้วเธอก็ยัง ฝันต่ออีก เธอฝันเห็นว่าเธอได้เข้าไปรวมอยู่ในกลุ่มพวกเขาเหล่านั้น และกำลังช่วยเขาสร้างบ้านหลังนั้นอยู่ด้วยความสนุกสนาน บ้านที่มีความสำคัญกว่า บ้านทุกหลังที่เธอเคยรู้จัก เพราะเป็นบ้านที่มีความหมายต่อความเจริญของประเทศชาติ เธอยังได้ฝันต่อไปอีกว่า เธอได้เดินทางกลับไปเรียนหนังสือต่อที่ เมืองหลวงกับพวกเขาเหล่านั้น เธอไม่ต้องถูกแม่ดุอีกต่อไป และไม่ต้องมานั่งเฝ้าเลี้ยงควายที่บ้านอีกต่อไป ได้แต่นั่งคุยกันอย่างสนุกสนานเหมือนอย่างที่เธอ เคยเห็นในภาพพจน์แห่งความเป็นจริง</span></p>
<p>เมื่อเธอตื่นขึ้นมาในวันรุ่งขึ้น เธอรู้สึกเสียใจที่มันเป็นเพียงความฝัน ในขณะเดียวกันเธอก็รู้สึกโล่งใจด้วยที่ไม่ต้องจากบ้านพ่อแม่พี่น้องไปจริงๆ เธอจะเอา อะไรไปคุยกับเขาได้ ทองม้วนคิด แล้วอยู่โน่นถ้าไม่มีควายให้เลี้ยงเธอจะไปเลี้ยงอะไรแทนกัน</p>
<p><span style="color: #800000;">วันนี้พวกเขาก็คงทำงานกันไปเหมือนวันวาน มีที่พิเศษมาก็คือ ตกเย็นพวกเขาส่วนมากแต่งตัวผิดกว่าเก่า พวกผู้ชายใส่เสื้อคอกลมสีหม่นๆ มีเชือกผูกแทน กระดุม เป็นเสื้อชนิดที่เธอไม่เคยเห็นใครในหมู่บ้านเขาใส่กัน บางคนก็เอาผ้าขาวม้ามาเคียนเอว ซึ่งก็ทำให้ดูแปลกออกไปอีก พวกผู้หญิงใส่เสื้อแขนกระบอก นุ่งซิ่นไหม เป็นเครื่องแต่งตัวชนิดไม่มีใครในหมู่บ้านจะมีปัญญามีอีกเหมือนกัน พวกเขาพากันยิ้มย่องแล้วร้องทักกันว่า เป็นไงฉันเหมือนชาวบ้านเปี๊ยบเลยใช่ ไหม ทองม้วนอยากหัวเราะ แต่เธอก็หัวเราะไม่ออก เธอไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมจึงเป็นเช่นนั้น บางทีอาจจะเป็นด้วยความเห็นใจที่มีหลงอยู่ในใจอันอ่อนโยน ของเธอก็ได้</span></p>
<p><img src="http://www.dek-kai.org/v03/wp-content/uploads/2010/07/9.jpg" alt="" width="300" height="205" align="left" />อย่างไรก็ตามที พวกเขาก็ได้พิสูจน์ให้เห็นว่า พวกเขาหาใช่เป็นคนเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อเหมือนอย่างชาวบ้านที่ชอบเย้ยหยันบางคน คาดกันไว้ไม่ เขาจะทำงาน กันทั้งวันอย่างแข็งขัน มิใยที่แดดจะกล้าหรือฝนจะพรำ ไม่ช้าวัน ศาลาประชาคมก็เป็นรูปร่างขึ้นมา เวลาเย็นพวกเขาบางคนจะเข้ามาถึงลานบ้านอย่างสนิทสนม ชวนคุยถึงเรื่องโน้นเรื่องนี้จิปาถะ หรือไม่ก็เอาพวกเสื้อผ้าและหนังสือเล่มเล็กๆมาแจก พวกพ่อแม่มักจะพอใจกับเสื้อผ้า ในขณะที่เด็กนักเรียนขนาดเธอ สนใจอยู่กับรูปภาพประกอบในหนังสือ เป็นหนังสือที่แนะนำวิธีป้องกันโรคสารพัดชนิด ทองม้วนไม่เข้าใจอย่างเดียวก็คือว่า กระดาษไม่กี่แผ่นแค่นี้จะช่วย ป้องกันโรคที่น่ากลัวนั้นได้อย่างไร แต่เธอก็ไม่เคยถาม เธอไม่กล้าถาม เธอรู้สึกเหมือนว่าการถามอาจจะกลายเป็นการทำลายความไว้วางใจต่อกันที่ต่าง ฝ่ายต่างพยายามรักษาไว้เสียก็ได้ เธอจึงได้แต่เงียบและพอใจต่อทุกสิ่งทุกอย่าง</p>
<p><span style="color: #800000;">ตอนกลางคืนพวกเขาก็คงเล่นสนุกสนานกันอย่างเดิมโดยไม่รู้จักเบื่อหน่าย พวกเด็กๆ มักจะไปคอยดูด้วยหวังว่าจะมีอะไรสนุกๆ เช่น ลิเกหรือลำตัด มาให้ดูบ้าง แต่พวกเขาไม่เคยได้พบเลย พวกนักศึกษาเหล่านั้นถนัดแต่การร้องเพลงฝรั่งและเล่นสนุกตลกโปกฮา ซึ่งเด็กๆไม่เคยเข้าใจ ในบรรดาการละเล่นทั้งหมดมีอยู่ อย่างเดียวที่เขาสามารถจะทำความเข้าใจร่วมกันได้ สิ่งนั้นก็คือรำวง ทองม้วนมักชอบไปดูตอนที่เขารำวง เพราะมันทำให้เธอพอใจกับความรู้สึกทำนองที่ว่า พวกเขาไม่ได้อยู่ห่างไกลเธอจนเกินไปนัก</span></p>
<p>เวลาผ่านไป ผ่านไป จนคนทั้งหลายในหมู่บ้านเริ่มรู้สึกเหมือนว่านักศึกษาพวกนั้นได้กลายมาเป็น ส่วนหนึ่งของหมู่บ้านเช่นเดียวกับพวกเขา เช่นเดียวกับวัว ควาย และทองม้วนเองก็เริ่มรู้สึกเหมือนว่าเสียงนกหวีดนั้นได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่ง ในชีวิตประจำวันของเธอ ทุกเช้าที่เธอได้ยินมัน เธอรู้ว่าพวกเขาเริ่มจะทำ งานกันอีกแล้ว และเธอก็จะกระวีกระวาดเข้าไปช่วยแม่ทำงานบ้าง ก่อนหน้านี้เธอรู้สึกว่างานนั้นเป็นสิ่งที่น่าเบื่อหน่ายเสียยิ่งนัก แต่เมื่อเธอได้เห็นคนเหล่า นั้นทำงานกันด้วยความสนุกสนาน เธอก็รู้สึกอายตัวเองขึ้นมาในทันทีทันใด</p>
<p><img src="http://www.dek-kai.org/v03/wp-content/uploads/2010/07/9x.jpg" alt="" width="300" height="205" align="right" /><span style="color: #800000;">แต่แล้ววันสุดท้ายก็มาถึงเข้าจนได้ วันหนึ่งศาลาประชมคมเสร็จเรียบร้อย มันยืนตระหง่านอยู่กลางทุ่งเหมือนกับสัตว์มหึมา เป็นอาคารโปร่งๆ มีแต่หลังคาไม่ มีฝา ฟื้นลาดปูนซีเมนต์ตลอด ปลายสุดด้านหนึ่งมียกพื้นขึ้นมาเหมือนกับเวทีลิเก พวกนักศึกษาต่างมีท่าทางภูมิอกภูมิใจและมองมันแล้วมองมันอีกอย่างชื่นชม เขาเอากล้องถ่ายรูปมาถ่ายกันใหญ่และใครต่อใครที่ใหญ่ๆโตๆ ก็มาชมเชยกัน มีทั้งนายอำเภอ เจ้านายทั้งหลาย และแม้กระทั่งข้าหลวงเองก็ยังแวะมาหน่อยหนึ่ง นับเป็นเหตุการณ์ที่พิเศษสุดในหมู่บ้านของเธอเลยทีเดียว เพราะนอกจากผู้ใหญ่มีแล้วก็ไม่มีใครในหมู่บ้านเลยที่เคยได้เห็นหน้าข้าหลวง มาก่อน และก็ไม่มีใครเห็นนายอำเภอยิ้มเหมือนวันนี้อีกเช่นกัน</span></p>
<p style="text-align: center;">&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8211;</p>
<p style="text-align: center;"> </p>
<p><span style="color: #003300;">แม้เวลาจะห่างกันถึง 30 กว่าปี แต่ทัศนคติของ “คนเมือง” ที่มีต่อชีวิตชนบทดังปรากฏในเรื่องสั้นข้างต้น แทบจะไม่แตกต่างกันเลย ชนบทในสายตาคนเมืองคือดินแดนในอุดมคติ ผู้คนมีแต่ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และความจริงใจต่อกันและกัน ใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางธรรมชาติบริสุทธิ์ ฟ้าสีฟ้า น้ำใสสะอาด อากาศปลอดมลพิษ แต่ในอีกด้านหนึ่งนั้น คนเมืองผู้ถือว่าตัวเองเป็นผู้เจริญกว่ามักจะมองว่าชนบทคือดินแดนแห่งความยากจน อดอยาก ล้าหลัง อ่อนแอ และรอคอยให้พวกเขายื่นมือเข้าไปช่วยเหลือโอบอุ้มค้ำชู</span></p>
<p><span style="color: #003300;">“เหมือนอย่างไม่เคย” เลือกนำเสนอช่องว่างระหว่างเมืองและชนบท ผ่านเรื่องราวของนักศึกษาจากกรุงเทพฯ กลุ่มหนึ่งที่เดินทางไปช่วยพัฒนาหมู่บ้านแร้นแค้นในต่างจังหวัด พวกเขาได้ช่วยกันสร้างศาลาประชาคมขึ้นมาหลังหนึ่งเพื่อให้ชาวบ้านได้ใช้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจและจัดกิจกรรมสันทนาการในยามว่างเพราะเชื่อว่าศาลาประชาคมจะเป็นเครื่องหมายแสดงถึงความเจริญก้าวหน้าของหมู่บ้าน โดยพวกเขาไม่เคยฉุกคิดว่านี่คือสิ่งที่ชาวบ้านต้องการหรือไม่</span></p>
<p><span style="color: #003300;">&#8220;เหมือนอย่างไม่เคย&#8221;  ตีพิมพ์ในช่วงปี 2516-2518 ซึ่งทำให้ปรัชญาในการทำค่ายถูกตีความหมายใหม่ คนค่ายเริ่มตระหนักถึงการเป็นผู้ให้และผู้รับในคราวเดียวกัน จากค่ายสร้างจึงค่อยๆ ผันมาเป็นค่ายศึกษาและเรียนรู้วิถีชีวิตของชุมชนตามกระบวนการของการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน รูปแบบของค่ายในยุคนั้นจึงมีทั้งค่ายสร้าง ค่ายสอน ค่ายศึกษา ค่ายสัมมนา ค่ายสาธารณสุข ค่ายสันทนาการ และค่ายผสม (รวมหลายๆ กิจกรรมเข้าด้วยกัน)</span></p>
<p style="text-align: right;"><strong>เนื้อหา</strong> :  นำมาจากเรื่องสั้น &#8220;เหมือนอย่างไม่เคย&#8221;</p>
<p style="text-align: right;"><strong>จากหนังสือ</strong> &#8220;ฉันจึงมาหาความหมาย&#8221; ของ วิทยากร เชียงกูร</p>
<p style="text-align: right;"><strong>รูปประกอบ</strong> :  นำมาจากการสรุปค่ายเดือนมีนา 53</p>
<p style="text-align: right;"><strong> เรียบเรียงโดย</strong> สหายบุญส่ง</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dek-kai.org/v03/2010/07/vittayakorn/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>รายชื่อหมู่บ้านโครงการเศรษฐกิจพอเพียง</title>
		<link>http://www.dek-kai.org/v03/2010/07/special-list/</link>
		<comments>http://www.dek-kai.org/v03/2010/07/special-list/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 13 Jul 2010 12:10:39 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.dek-kai.org/v03/?p=1085</guid>
		<description><![CDATA[รายชื่อหมู่บ้านโครงการเศรษฐกิจพอเพียง
&#60;&#60;ดาวน์โหลดเอกสารทั้งหมด หรือ เลือก ดาวน์โหลดด้านล่าง&#62;&#62;



 
ชื่อโครงการ/พื้นที่
ผู้รับผิดชอบ
เบอร์ติดต่อ
 


1.
บ้านหวาย หมู่ที่ 5,9  ต.นาโก อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์
นายวิระพล  แสนพาน
087-2182331
รายละเอียด


2.
บ้านหม้อ หมู่ที่ 13 ต.บางคู้ อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี
นายณรงค์  กล่อมเกลา
086-3698789
รายละเอียด


3.
บ้านหนองข่อย หมู่ที่ 7 ต.หนองแขม อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี
นางอุไร  ประสิทธิ์
081-7914189
รายละเอียด


4.
บ้านสวนพูล หมู่ที่ 8 ต.โคกเจริญ อ.ทับปุด จ.พังงา
นางบุปผา  เทพณรงค์
081-9703310
รายละเอียด


5.
บ้านทางข้าม หมู่ที่ 2 ต.คลองปราบ อ.บ้านนาสาร จ.สุราษฎร์ธานี
นายสมหมาย  หนูศรีแก้ว
087-2681393
รายละเอียด


6.
บ้านทุ่งปี้ หมู่ที่ 1 ต.ทุ่งฮั้ว อ.วังเหนือ จ.ลำปาง
นางวิไลวรรณ  กาวงศ์
089-5588027
รายละเอียด


7.
วัดบุนนาค หมู่ที่ 3 ต.ชากโดน อ.แกลง จ.ระยอง
นายวัชรากร  [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>รายชื่อหมู่บ้านโครงการเศรษฐกิจพอเพียง</p>
<p>&lt;&lt;<a href="http://www.dek-kai.org/v03/wp-content/uploads/2010/07/speciallist.zip" target="_blank">ดาวน์โหลดเอกสารทั้งหมด</a> หรือ เลือก ดาวน์โหลดด้านล่าง&gt;&gt;</p>
<table border="1" cellspacing="0" cellpadding="0" width="683" align="left">
<tbody>
<tr>
<td width="41" valign="top"><strong> </strong></td>
<td width="319" valign="top"><strong>ชื่อโครงการ/พื้นที่</strong><strong></strong></td>
<td width="141" valign="top"><strong>ผู้รับผิดชอบ</strong><strong></strong></td>
<td width="91" valign="top"><strong>เบอร์ติดต่อ</strong><strong></strong></td>
<td width="90" valign="top"><strong> </strong></td>
</tr>
<tr>
<td width="41" valign="top">1.</td>
<td width="319" valign="top">บ้านหวาย หมู่ที่ 5,9  ต.นาโก อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์</td>
<td width="141" valign="top">นายวิระพล  แสนพาน</td>
<td width="91" valign="top">087-2182331</td>
<td width="90" valign="top"><a href="http://www.dek-kai.org/v03/wp-content/uploads/2010/07/1.-บ้านหวาย-กาฬสินธุ์.doc" target="_blank">รายละเอียด</a></td>
</tr>
<tr>
<td width="41" valign="top">2.</td>
<td width="319" valign="top">บ้านหม้อ หมู่ที่ 13 ต.บางคู้ อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี</td>
<td width="141" valign="top">นายณรงค์  กล่อมเกลา</td>
<td width="91" valign="top">086-3698789</td>
<td width="90" valign="top"><a href="http://www.dek-kai.org/v03/wp-content/uploads/2010/07/2.-บ้านหม้อ-ลพบุรี.doc" target="_blank">รายละเอียด</a></td>
</tr>
<tr>
<td width="41" valign="top">3.</td>
<td width="319" valign="top">บ้านหนองข่อย หมู่ที่ 7 ต.หนองแขม อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี</td>
<td width="141" valign="top">นางอุไร  ประสิทธิ์</td>
<td width="91" valign="top">081-7914189</td>
<td width="90" valign="top"><a href="http://www.dek-kai.org/v03/wp-content/uploads/2010/07/3.-บ้านหนองข่อย-ลพบุรี.doc" target="_blank">รายละเอียด</a></td>
</tr>
<tr>
<td width="41" valign="top">4.</td>
<td width="319" valign="top">บ้านสวนพูล หมู่ที่ 8 ต.โคกเจริญ อ.ทับปุด จ.พังงา</td>
<td width="141" valign="top">นางบุปผา  เทพณรงค์</td>
<td width="91" valign="top">081-9703310</td>
<td width="90" valign="top"><a href="http://www.dek-kai.org/v03/wp-content/uploads/2010/07/4.-บ้านสวนพลู-พังงา.doc" target="_blank">รายละเอียด</a></td>
</tr>
<tr>
<td width="41" valign="top">5.</td>
<td width="319" valign="top">บ้านทางข้าม หมู่ที่ 2 ต.คลองปราบ อ.บ้านนาสาร จ.สุราษฎร์ธานี</td>
<td width="141" valign="top">นายสมหมาย  หนูศรีแก้ว</td>
<td width="91" valign="top">087-2681393</td>
<td width="90" valign="top"><a href="http://www.dek-kai.org/v03/wp-content/uploads/2010/07/5.-บ้านทางข้าม-สุราษฎร์ธานี.doc" target="_blank">รายละเอียด</a></td>
</tr>
<tr>
<td width="41" valign="top">6.</td>
<td width="319" valign="top">บ้านทุ่งปี้ หมู่ที่ 1 ต.ทุ่งฮั้ว อ.วังเหนือ จ.ลำปาง</td>
<td width="141" valign="top">นางวิไลวรรณ  กาวงศ์</td>
<td width="91" valign="top">089-5588027</td>
<td width="90" valign="top"><a href="http://www.dek-kai.org/v03/wp-content/uploads/2010/07/6.-บ้างทุ่งปี้-ลำปาง.doc" target="_blank">รายละเอียด</a></td>
</tr>
<tr>
<td width="41" valign="top">7.</td>
<td width="319" valign="top">วัดบุนนาค หมู่ที่ 3 ต.ชากโดน อ.แกลง จ.ระยอง</td>
<td width="141" valign="top">นายวัชรากร  เสน่ห์</td>
<td width="91" valign="top">081-9869840</td>
<td width="90" valign="top"><a href="http://www.dek-kai.org/v03/wp-content/uploads/2010/07/7.-วัดบุนนาค-ระยอง.doc" target="_blank">รายละเอียด</a></td>
</tr>
<tr>
<td width="41" valign="top">8.</td>
<td width="319" valign="top">บ้านคลองยาง หมู่ที่ 12 ต.ทัพราช อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว</td>
<td width="141" valign="top">นายสวัสดิ์  ศิริมนตรี</td>
<td width="91" valign="top">089-2519139</td>
<td width="90" valign="top"><a href="http://www.dek-kai.org/v03/wp-content/uploads/2010/07/8.-บ้านคลองยาง-สระแก้ว.doc" target="_blank">รายละเอียด</a></td>
</tr>
<tr>
<td width="41" valign="top">9.</td>
<td width="319" valign="top">บ้านธวัชบุรี หมู่ที่ 7 ต.ธงธานี อ.ธวัชบุรี จ.ร้อยเอ็ด</td>
<td width="141" valign="top">นางขนิษฐา  ไชยคุณ</td>
<td width="91" valign="top">086-2645307</td>
<td width="90" valign="top"><a href="http://www.dek-kai.org/v03/wp-content/uploads/2010/07/9.-บ้านธวัชบุรี-ร้อยเอ็ด.doc" target="_blank">รายละเอียด</a></td>
</tr>
<tr>
<td width="41" valign="top">10.</td>
<td width="319" valign="top">บ้านสี่แยกทันใจ หมู่ที่ 1 ต.ทับพริก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว</td>
<td width="141" valign="top">นายวิชิต  คำไกร</td>
<td width="91" valign="top">087-8179926</td>
<td width="90" valign="top"><a href="http://www.dek-kai.org/v03/wp-content/uploads/2010/07/10.-บ้านสี่แยกทันใจ-สระแก้ว.doc" target="_blank">รายละเอียด</a></td>
</tr>
<tr>
<td width="41" valign="top">11.</td>
<td width="319" valign="top">บ้านหนองบัวใหญ่ หมู่ที่ 4 ต.โคกสว่าง อ.พนมไพร จ.ร้อยเอ็ด</td>
<td width="141" valign="top">นายเรืองมิตร  วรโชติ</td>
<td width="91" valign="top">086-0148902</td>
<td width="90" valign="top"><a href="http://www.dek-kai.org/v03/wp-content/uploads/2010/07/11.-หนองบัวใหญ่-ร้อยเอ็ด.doc" target="_blank">รายละเอียด</a></td>
</tr>
<tr>
<td width="41" valign="top">12.</td>
<td width="319" valign="top">ชุมชนคุ้มหนองหญ้าม้า ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด</td>
<td width="141" valign="top">นายพนม  ชาชิโย</td>
<td width="91" valign="top">087-9558608</td>
<td width="90" valign="top"><a href="http://www.dek-kai.org/v03/wp-content/uploads/2010/07/12.-บ้านหนองหญ้าม้า-ร้อยเอ็ด.doc" target="_blank">รายละเอียด</a></td>
</tr>
<tr>
<td width="41" valign="top">13.</td>
<td width="319" valign="top">ศูนย์ทับทิมนิมิต หมู่ที่ 18 ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์</td>
<td width="141" valign="top">พระพิเชษฐ  พิเชฎโฐ</td>
<td width="91" valign="top">085-4181041</td>
<td width="90" valign="top"><a href="http://www.dek-kai.org/v03/wp-content/uploads/2010/07/13.-ศูนย์ทับทิมนิมิต-สุริทร์.doc" target="_blank">รายละเอียด</a></td>
</tr>
<tr>
<td width="41" valign="top">14.</td>
<td width="319" valign="top">บ้านดอนมัน หมู่ที่ 13 ต.ขามเรือง อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม</td>
<td width="141" valign="top">นายอดิศร  เหล่าสะพาน</td>
<td width="91" valign="top">087-8593081</td>
<td width="90" valign="top"><a href="http://www.dek-kai.org/v03/wp-content/uploads/2010/07/14.-บ้านดอนมัน-สารคาม.doc" target="_blank">รายละเอียด</a></td>
</tr>
<tr>
<td width="41" valign="top">15.</td>
<td width="319" valign="top">บ้านโคกลำพาน หมู่ที่ 3 ต.โคกลำพาน อ.เมือง จ.ลพบุรี</td>
<td width="141" valign="top">นายคนึง  พรหมรัตน์</td>
<td width="91" valign="top">081-8442842</td>
<td width="90" valign="top"><a href="http://www.dek-kai.org/v03/wp-content/uploads/2010/07/15.-บ้านโคกลำพาน-ลพบุรี.doc" target="_blank">รายละเอียด</a></td>
</tr>
<tr>
<td width="41" valign="top">16.</td>
<td width="319" valign="top">บ้านดอนมะจ่าง หมู่ที่ 2 ต.ท่าบ่อสงคราม อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม</td>
<td width="141" valign="top">นางทม  สุภาทอง</td>
<td width="91" valign="top">085-7442912</td>
<td width="90" valign="top"><a href="http://www.dek-kai.org/v03/wp-content/uploads/2010/07/16.-บ้านดอนมะจ่าง-นครพนม.doc" target="_blank">รายละเอียด</a></td>
</tr>
<tr>
<td width="41" valign="top">17.</td>
<td width="319" valign="top">บ้านแม่แอบ หมู่ที่ 7 ต.บ้านทับ อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่</td>
<td width="141" valign="top">กลุ่มเยาวชนสำนึกรักถิ่นดอย บ้านแม่แอบ</td>
<td width="91" valign="top">-</td>
<td width="90" valign="top"><a href="http://www.dek-kai.org/v03/wp-content/uploads/2010/07/17.-บ้านแม่แอบ-เชียงใหม่.doc" target="_blank">รายละเอียด</a></td>
</tr>
<tr>
<td width="41" valign="top">18.</td>
<td width="319" valign="top">บ้านกลาง หมู่ที่ 12 ต.บ้านขอ อ.เมืองปาน จ.ลำปาง</td>
<td width="141" valign="top">นางสาวปณิธาน  โตสุพรรณ</td>
<td width="91" valign="top">087-1883983</td>
<td width="90" valign="top"><a href="http://www.dek-kai.org/v03/wp-content/uploads/2010/07/18.-บ้านกลาง-ลำปาง.doc" target="_blank">รายละเอียด</a></td>
</tr>
<tr>
<td width="41" valign="top">19.</td>
<td width="319" valign="top">บ้านจำรุง หมู่ที่ 7 ต.เนินฆ้อ อ.แกลง จ.ระยอง</td>
<td width="141" valign="top">นางสาวคนาค์  ศรีเมือง</td>
<td width="91" valign="top">083-0444611</td>
<td width="90" valign="top"><a href="http://www.dek-kai.org/v03/wp-content/uploads/2010/07/19.-บ้านจำรุง-ระยอง.doc" target="_blank">รายละเอียด</a></td>
</tr>
<tr>
<td width="41" valign="top">20.</td>
<td width="319" valign="top">บ้านแสงเจริญ ต.นาแสง อ.ศรีวิไล จ.หนองคาย</td>
<td width="141" valign="top">พระครูสุตโพธิคุณ  เจ้าคณะตำบลนาแสง</td>
<td width="91" valign="top">085-0557126</td>
<td width="90" valign="top"><a href="http://www.dek-kai.org/v03/wp-content/uploads/2010/07/20.-บ้านแสงเจริญ-หนองคาย.doc" target="_blank">รายละเอียด</a></td>
</tr>
<tr>
<td width="41" valign="top">21.</td>
<td width="319" valign="top">บ้านเด่นคนงาม หมู่ที่ 10 ต.หนองปลิง อ.เลาขวัญ จ.กาญจนบุรี</td>
<td width="141" valign="top">นายประสพ  ผิวเกลี้ยง</td>
<td width="91" valign="top">089-9131203</td>
<td width="90" valign="top"><a href="http://www.dek-kai.org/v03/wp-content/uploads/2010/07/21.-บ้านเด่นคนงาม-กาญจนบุรี.doc" target="_blank">รายละเอียด</a></td>
</tr>
<tr>
<td width="41" valign="top">22.</td>
<td width="319" valign="top">บ้านควนลังงา หมู่ที่ 4 ต.ทรายขาว อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี</td>
<td width="141" valign="top">นางชุติมา  เศียรอินทร์</td>
<td width="91" valign="top">081-0977025</td>
<td width="90" valign="top"><a href="http://www.dek-kai.org/v03/wp-content/uploads/2010/07/22.-บ้านควนลังงา-ทรายขาว-ปัตตานี.doc" target="_blank">รายละเอียด</a></td>
</tr>
<tr>
<td width="41" valign="top">23.</td>
<td width="319" valign="top">บ้านหนองกลาง หมู่ที่ 8 ต.ชอนสมบูรณ์ อ.หนองม่วง จ.ลพบุรี</td>
<td width="141" valign="top">นายมังกร  พูลทวี</td>
<td width="91" valign="top">081-39943575</td>
<td width="90" valign="top"><a href="http://www.dek-kai.org/v03/wp-content/uploads/2010/07/23.-หนองกลาง-ลพบุรี.doc" target="_blank">รายละเอียด</a></td>
</tr>
<tr>
<td width="41" valign="top">24.</td>
<td width="319" valign="top">บ้านสวนสวรรค์  หมู่ที่ 4 ต.หันนางาม อ.ศรีบุญเรือง จ.หนองบัวลำภู</td>
<td width="141" valign="top">นางละเอียด  ปู่หลุ่น</td>
<td width="91" valign="top">086-2217043</td>
<td width="90" valign="top"><a href="http://www.dek-kai.org/v03/wp-content/uploads/2010/07/24.-บ้านสวนสวรรค์-หนองบัวลำภู.doc" target="_blank">รายละเอียด</a></td>
</tr>
<tr>
<td width="41" valign="top">25.</td>
<td width="319" valign="top">บ้านป่าบง-ฮ่องไฮ หมู่ที่ 10 ต.ทุ่งฮั้ว อ.วังเหนือ จ.ลำปาง</td>
<td width="141" valign="top">นางเสงี่ยม  โพพล</td>
<td width="91" valign="top">083-7627718</td>
<td width="90" valign="top"><a href="http://www.dek-kai.org/v03/wp-content/uploads/2010/07/25.-บ้านป่าบง-ฮ่องไฮ-ลำปาง.doc" target="_blank">รายละเอียด</a></td>
</tr>
<tr>
<td width="41" valign="top">26.</td>
<td width="319" valign="top">โรงเรียนบ้านดอน บ้านยางงาม หมู่ 5 ต.ดอน อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี</td>
<td width="141" valign="top">นายสิทธิเดช  มณีโชติ</td>
<td width="91" valign="top">089-1742569</td>
<td width="90" valign="top"><a href="http://www.dek-kai.org/v03/wp-content/uploads/2010/07/26.-บ้านยางงาม-ปัตตานี.doc" target="_blank">รายละเอียด</a></td>
</tr>
<tr>
<td width="41" valign="top">27.</td>
<td width="319" valign="top">บ้านเปียงหลวง หมู่ที่ 5 ต.แม่กิ๊ อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน</td>
<td width="141" valign="top">นายอำพล  เมฆมากฤทธ</td>
<td width="91" valign="top">086-3645962</td>
<td width="90" valign="top"><a href="http://www.dek-kai.org/v03/wp-content/uploads/2010/07/27.-บ้านเปียงหลวง-แม่ฮ่องสอน.doc" target="_blank">รายละเอียด</a></td>
</tr>
<tr>
<td width="41" valign="top">28.</td>
<td width="319" valign="top">บ้านฟ้าห่วน หมู่ที่6,9 ต.ไร่ขี อ.ลืออำนาจ จ.อำนาจเจริญ</td>
<td width="141" valign="top">นางพุทศรี  จุลจรูญ</td>
<td width="91" valign="top">084-4713515</td>
<td width="90" valign="top"><a href="http://www.dek-kai.org/v03/wp-content/uploads/2010/07/28.-บ้านฟ้าห่วน-อำนาจเจริญ.doc" target="_blank">รายละเอียด</a></td>
</tr>
<tr>
<td width="41" valign="top">29.</td>
<td width="319" valign="top">บ้านแสงทอง หมู่ที่ 6 ต.หนองแสง อ.หนองแสง จ.อุดรธานี</td>
<td width="141" valign="top">นายเสวย  เหง้าพรหมมินทร์</td>
<td width="91" valign="top">089-9412569</td>
<td width="90" valign="top"><a href="http://www.dek-kai.org/v03/wp-content/uploads/2010/07/29.-บ้านแสงทอง-อุดรธานี้.doc" target="_blank">รายละเอียด</a></td>
</tr>
<tr>
<td width="41" valign="top">30.</td>
<td width="319" valign="top">บ้านดอนเจริญ หมู่ที่ 11 ต.นาโพธิ์ อ.บุญฑริก จ.อุบลราชธานี</td>
<td width="141" valign="top">นายสุนทร  พระเมเด</td>
<td width="91" valign="top">086-2503559</td>
<td width="90" valign="top"><a href="http://www.dek-kai.org/v03/wp-content/uploads/2010/07/30.-บ้านดอนเจริญ-อุบลราชธานี.doc" target="_blank">รายละเอียด</a></td>
</tr>
<tr>
<td width="41" valign="top">31.</td>
<td width="319" valign="top">บ้านหนองโดน ต.พานทอง อ.ไทรงาม จ.กำแพงเพชร</td>
<td width="141" valign="top">นายทองดี  เสาศิลา</td>
<td width="91" valign="top">055-860392</td>
<td width="90" valign="top"><a href="http://www.dek-kai.org/v03/wp-content/uploads/2010/07/31.-บ้านหนองโดน-กำแพงเพชร.doc" target="_blank">รายละเอียด</a></td>
</tr>
<tr>
<td width="41" valign="top">32.</td>
<td width="319" valign="top">สถานีอนามัยโนนหนามแท่ง ต.คำพระ อ.หัวตะพาน จ.อำนาจเจริญ</td>
<td width="141" valign="top">นางบังอร  ชาววัง</td>
<td width="91" valign="top">084-3361919</td>
<td width="90" valign="top"><a href="http://www.dek-kai.org/v03/wp-content/uploads/2010/07/32.-สถานีอนามัยโนนหนามแท่ง-อำนาจเจริญ.doc" target="_blank">รายละเอียด</a></td>
</tr>
<tr>
<td width="41" valign="top">33.</td>
<td width="319" valign="top">บ้านโนนสมบูรณ์ หมู่ที่ 10 ต.ธาตุ อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี</td>
<td width="141" valign="top">นายประวัติ  พรมหล่อ</td>
<td width="91" valign="top">089-6972596</td>
<td width="90" valign="top"><a href="http://www.dek-kai.org/v03/wp-content/uploads/2010/07/33.-บ้านโนนสมบูรณ์-อุบลราชธานี.doc" target="_blank">รายละเอียด</a></td>
</tr>
<tr>
<td width="41" valign="top">34.</td>
<td width="319" valign="top">บ้านหนองเสาเล้า หมู่ที่ 1 ต.หนองเสาเล้า อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น</td>
<td width="141" valign="top">นายกองศรี  คำเถาว์</td>
<td width="91" valign="top">083-3533588</td>
<td width="90" valign="top"><a href="http://www.dek-kai.org/v03/wp-content/uploads/2010/07/34.-บ้านหนองเสาเล้า-ขอนแก่น.doc" target="_blank">รายละเอียด</a></td>
</tr>
<tr>
<td width="41" valign="top">35.</td>
<td width="319" valign="top">บ้านต้นผึ้ง หมู่ที่2 ต.หนองล่อง อ.เวียงหนองล่อง จ.ลำพูน</td>
<td width="141" valign="top">นายประทีป  ภูดอนตอง</td>
<td width="91" valign="top">089-2146460</td>
<td width="90" valign="top"><a href="http://www.dek-kai.org/v03/wp-content/uploads/2010/07/35.-บ้านต้นผึ้ง-ลำพูน.doc" target="_blank">รายละเอียด</a></td>
</tr>
<tr>
<td width="41" valign="top">36.</td>
<td width="319" valign="top">บ้านดอนหมู หมู่ที่ 10 ต.ขามเปี้ย อ.ตระการพืชผล อ.อุบลราชธานี</td>
<td width="141" valign="top">นายบุญมา  แกะมา</td>
<td width="91" valign="top">086-2587750</td>
<td width="90" valign="top"><a href="http://www.dek-kai.org/v03/wp-content/uploads/2010/07/36.-บ้านดอนหมู-อุบลราชธานี.doc" target="_blank">รายละเอียด</a></td>
</tr>
<tr>
<td width="41" valign="top">37.</td>
<td width="319" valign="top">บ้านดอนม่วง หมู่ที่ 3 ต.นาทราย อ.พิบูลย์รักษ์ จ.อุดรธานี</td>
<td width="141" valign="top">นางสุภาพร  ศรีชัยมูล</td>
<td width="91" valign="top">083-3636590</td>
<td width="90" valign="top"><a href="http://www.dek-kai.org/v03/wp-content/uploads/2010/07/37.-บ้านดอนม่วง-อุดรธานี.doc" target="_blank">รายละเอียด</a></td>
</tr>
<tr>
<td width="41" valign="top">38.</td>
<td width="319" valign="top">บ้านบุคา 246 หมู่ที่ 3 ต.ดอนเมือง อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา</td>
<td width="141" valign="top">นางสาวมณลดา  ศุขอร่าม</td>
<td width="91" valign="top">089-6099064</td>
<td width="90" valign="top"><a href="http://www.dek-kai.org/v03/wp-content/uploads/2010/07/38.-บ้านบุคา-นครราชสีมา.doc" target="_blank">รายละเอียด</a></td>
</tr>
<tr>
<td width="41" valign="top">39.</td>
<td width="319" valign="top">บ้านสันมะแฟน หมู่ที่ 13 ต.ท่าก๊อ อ.แม่สรวย จ.เชียงราย</td>
<td width="141" valign="top">นายธนชัย  ฟูเฟื่อง</td>
<td width="91" valign="top">087-9532782</td>
<td width="90" valign="top"><a href="http://www.dek-kai.org/v03/wp-content/uploads/2010/07/39.-บ้านสันมะแฟน-เชียงราย.doc" target="_blank">รายละเอียด</a></td>
</tr>
<tr>
<td width="41" valign="top">40.</td>
<td width="319" valign="top">กลุ่มเศรษฐกิจพอเพียงตำบลหนองยาว อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา</td>
<td width="141" valign="top">นางพนิดา  มิ่งสมร</td>
<td width="91" valign="top">081-6661373</td>
<td width="90" valign="top"><a href="http://www.dek-kai.org/v03/wp-content/uploads/2010/07/40.-ตำบลหนองยาว-ฉะเชิงเทรา.doc" target="_blank">รายละเอียด</a></td>
</tr>
<tr>
<td width="41" valign="top">41.</td>
<td width="319" valign="top">บ้านหนองสมณะ หมู่ที่ 2 ต.นครเจดีย์ อ.ป่าซาง จ.ลำพูน</td>
<td width="141" valign="top">นายการุญ  แก้วเซ็ง</td>
<td width="91" valign="top">086-1888534</td>
<td width="90" valign="top"><a href="http://www.dek-kai.org/v03/wp-content/uploads/2010/07/41.-บ้านสมณะ-ลำพูน.doc" target="_blank">รายละเอียด</a></td>
</tr>
<tr>
<td width="41" valign="top">42.</td>
<td width="319" valign="top">บ้านเหล่ายาว หมู่ที่ 4 ต.เสริมกลาง อ.เสริมงาม จ.ลำปาง</td>
<td width="141" valign="top">นางสุชานันท์  สารอินทร์</td>
<td width="91" valign="top">087-1723830</td>
<td width="90" valign="top"><a href="http://www.dek-kai.org/v03/wp-content/uploads/2010/07/42.-บ้านเหล่ายาว-ลำปาง.doc" target="_blank">รายละเอียด</a></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<div class="clear"></div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dek-kai.org/v03/2010/07/special-list/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ให้ทุนทำค่ายศึกษาปัญหาสังคม</title>
		<link>http://www.dek-kai.org/v03/2010/07/oct-53/</link>
		<comments>http://www.dek-kai.org/v03/2010/07/oct-53/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 09 Jul 2010 10:20:36 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[pr]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.dek-kai.org/v03/?p=1078</guid>
		<description><![CDATA[มูลนิธิโกมล คีมทอง ร่วมกับ สสส. ให้ทุนทำค่ายในช่วงปิดเทอมเดือนตุลาคมนี้ โดยแบ่งออกเป็น 2 ประเด็น ได้แก่

1.ประเด็น “ศึกษาปัญหาสังคม” หัวใจหลักของการทำค่ายศึกษาปัญหาสังคม คือ เป็นการทำค่ายในเชิงลึกที่มีเนื้อหาเชื่อมโยงประเด็นปัญหาของสังคม หรือของชุมชนที่ได้รับจากการกำหนดนโยบายของรัฐ หรือจากการถูกกดขี่ของนายทุน  ชมรมไหนสนใจที่อยากจะเรียนรู้ เพื่อให้เราได้มองเห็นปัญหาของชุมชน และเราในฐานะนักศึกษาจะเข้าไปมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหานั้นได้อย่างไร ยกตัวอย่างประเด็นปัญหาต่างๆ เช่น ปัญหาที่ดินทำกิน ปัญหาสิ่งแวดล้อม ปัญหาผลกระทบจากการสร้างเขื่อน หรือปัญหาเรื่องสัญชาติ ปัญหาการเข้าถึงการรักษาพยาบาล เป็นต้น ให้ทุนสนับสนุนไม่เกิน 20 โครงการๆ ละไม่เกิน 100,000 บาท
เงื่อนไขหลัก คือ
- ลักษณะค่ายจะเป็นรูปแบบใดก็ได้ตามความถนัดและความสนใจของชมรม (ค่ายสร้าง ค่ายเรียนรู้ ค่ายสิ่งแวดล้อม ค่ายสุขภาพ เป็นต้น) แต่ต้องเน้นกระบวนการศึกษาปัญหาของชุมชน โดยจะต้องให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม คือ ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมประเมินผล ได้ด้วย
- รูปแบบกิจกรรมเน้นให้กระบวนคิด วิเคราะห์ข้อมูลที่ได้ศึกษามา ซึ่งจะทำให้เราเชื่อมโยงถึงปัญหาของชุมชน ปัญหาของคนจน ปัญหาเรื่องระบบการศึกษา ปัญหาเรื่องระบบสาธารณสุขหรือปัญหาเกี่ยวกับเรื่องสิ่งแวดล้อม เป็นต้น เราจะมองปัญหาเหล่านี้อย่างไร [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>มูลนิธิโกมล คีมทอง ร่วมกับ สสส. ให้ทุนทำค่ายในช่วงปิดเทอมเดือนตุลาคมนี้ โดยแบ่งออกเป็น 2 ประเด็น ได้แก่<br />
<strong><br />
1.ประเด็น “ศึกษาปัญหาสังคม”</strong> หัวใจหลักของการทำค่ายศึกษาปัญหาสังคม คือ เป็นการทำค่ายในเชิงลึกที่มีเนื้อหาเชื่อมโยงประเด็นปัญหาของสังคม หรือของชุมชนที่ได้รับจากการกำหนดนโยบายของรัฐ หรือจากการถูกกดขี่ของนายทุน  ชมรมไหนสนใจที่อยากจะเรียนรู้ เพื่อให้เราได้มองเห็นปัญหาของชุมชน และเราในฐานะนักศึกษาจะเข้าไปมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหานั้นได้อย่างไร ยกตัวอย่างประเด็นปัญหาต่างๆ เช่น ปัญหาที่ดินทำกิน ปัญหาสิ่งแวดล้อม ปัญหาผลกระทบจากการสร้างเขื่อน หรือปัญหาเรื่องสัญชาติ ปัญหาการเข้าถึงการรักษาพยาบาล เป็นต้น ให้ทุนสนับสนุนไม่เกิน 20 โครงการๆ ละไม่เกิน 100,000 บาท</p>
<p><em>เงื่อนไขหลัก คือ</em><br />
- ลักษณะค่ายจะเป็นรูปแบบใดก็ได้ตามความถนัดและความสนใจของชมรม (ค่ายสร้าง ค่ายเรียนรู้ ค่ายสิ่งแวดล้อม ค่ายสุขภาพ เป็นต้น) แต่ต้อง<span style="text-decoration: underline;">เน้นกระบวนการศึกษาปัญหาของชุมชน</span> โดยจะต้องให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม คือ ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมประเมินผล ได้ด้วย<br />
- รูปแบบกิจกรรมเน้นให้กระบวนคิด วิเคราะห์ข้อมูลที่ได้ศึกษามา ซึ่งจะทำให้เราเชื่อมโยงถึงปัญหาของชุมชน ปัญหาของคนจน ปัญหาเรื่องระบบการศึกษา ปัญหาเรื่องระบบสาธารณสุขหรือปัญหาเกี่ยวกับเรื่องสิ่งแวดล้อม เป็นต้น เราจะมองปัญหาเหล่านี้อย่างไร และค่ายอาสาที่เราลงไปทำมันก่อให้เกิดผลอย่างไรโดยจะต้องนำมาวิเคราะห์ แลกเปลี่ยนกันทั้งกับนักศึกษา ชุมชน และหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง<br />
- จะต้องมีการนำเสนอข้อมูลที่ได้ศึกษามาต่อสาธารณะ เช่น เวทีนำเสนอผลงาน นิทรรศการในมหาวิทยาลัยของตนเอง หรือตามสถานที่ต่างๆ ตามความเหมาะสม</p>
<p><strong>2.ประเด็น “หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง”</strong> ลงไปร่วมแลกเปลี่ยน เรียนรู้กับชุมชนเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อศึกษาว่า เศรษฐกิจพอเพียงที่ชุมชนกำลังดำเนินการนั้น มีรูปธรรมอย่างไร และอะไรที่เป็นหลักสำคัญของเศรษฐกิจพอเพียง เป็นต้น ให้ทุนสนับสนุนไม่เกิน 10 โครงการๆ ละ ไม่เกิน 150,000 บาท</p>
<p><em>เงื่อนไขหลัก คือ</em></p>
<ul>
<li> ออกค่ายในพื้นที่ที่กำหนดให้เท่านั้น ซึ่งเป็นพื้นที่ที่กำลังดำเนินโครงการร่วมสร้างหมู่บ้านพอเพียง เพื่อรากฐานสุขภาพที่ยั่งยืน ซึ่งทาง สสส. ให้การสนับสนุน(ดูรายชื่อ <a href="http://www.dek-kai.org/v03/wp-content/uploads/speciallist.zip">http://www.dek-kai.org/v03/wp-content/uploads/speciallist.zip</a>)</li>
<li>กิจกรรมที่ทำต้อง<span style="text-decoration: underline;">เน้นการต่อยอดจากกิจกรรมเดิมของชุมชน</span>ที่ทำมาแล้วในโครงการหมู่บ้านพอเพียง หากจะเป็นกิจกรรมใหม่ๆ ต้องเกิดจากความต้องการของชุมชน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของโครงการเดิม</li>
<li> เป็นค่ายที่เน้นการมีส่วนร่วมของชุมชน และนักศึกษาตั้งแต่ร่วมคิด ร่วมทำ ตลอดจนถึงร่วมติดตามผล การดำเนินงานค่าย</li>
<li> มีการศึกษาข้อมูลและหลักของเศรษฐกิจพอเพียงที่ชุมชนทำ จากนั้นนำมาวิเคราะห์แลกเปลี่ยน ระหว่างนักศึกษาด้วยกันเอง และนักศึกษากับชุมชน หรือ กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนาการทำงานโครงการหมู่บ้านพอเพียงต่อไป</li>
<li> นำเสนอผลงานการศึกษาของตนเอง เสนอต่อสาธารณะ เช่น ในมหาวิทยาลัยของตนเอง</li>
</ul>
<p>ในการส่งโครงการเข้ามาขอรับการสนับสนุนนอกจากจะมีเงื่อนไขหลักของแต่ละประเด็นแล้ว ยังมีเงื่อนไขอื่นๆ อีกดังต่อไปนี้</p>
<p><em>เงื่อนไขทั่วไป</em></p>
<ul>
<li> มีกิจกรรมที่ส่งเสริมให้เกิดความรู้และทัศนคติที่ดีต่อการสร้างเสริมสุขภาพให้กับชุมชนหรือเชื่อมโยงกับเรื่องของการสร้างเสริมสุขภาพ</li>
<li> เป็นค่ายที่ปลอดเหล้า บุหรี่ และจัดให้มีกิจกรรมรณรงค์ ลด ละ เลิก เหล้าและบุหรี่ให้กับชุมชน</li>
<li> เป็นโครงการที่ก่อให้เกิดการมีส่วนร่วมระหว่างนักศึกษาและชุมชน กิจกรรมที่ทำต้องคำนึงถึงความต้องการของชุมชนเพื่อให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริง</li>
<li> ระยะเวลาในการทำค่ายต้องไม่ต่ำกว่า 5 วัน(ไม่รวมวันเดินทาง)จำนวนผู้เข้าร่วมค่าย ในที่นี้หมายถึงเฉพาะนักศึกษา ต้องไม่ต่ำกว่า 35 คน</li>
<li> สนับสนุนงบประมาณ ประเด็น “ศึกษาปัญหาสังคม”ไม่เกิน 100,000 บาท  ประเด็น “หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง” ไม่เกิน 150,000 บาท (งบสำหรับก่อสร้างไม่ว่าประเด็นไหนไม่เกิน 30 % ของงบประมาณที่ขอมา) ทั้งนี้จะต้องมีงบประมาณจากส่วนอื่นมาสมทบด้วย แต่จะต้องไม่มาจากองค์กรที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์สุราและยาสูบ</li>
</ul>
<p>ในการขอรับทุนสนับสนุนกิจกรรม จะต้องดำเนินการดังต่อไปนี้</p>
<p><span style="text-decoration: underline;">ตารางปฏิทินกิจกรรม ค่ายเดือนตุลา</span></p>
<p><!-- 		@page { margin: 0.79in } 		P { margin-bottom: 0.08in } --></p>
<table border="1" cellspacing="0" cellpadding="8" width="748" bordercolor="#000000">
<col width="135"></col>
<col width="579"></col>
<tbody>
<tr valign="TOP">
<td width="135"><span style="font-family: Angsana New,serif;"><span style="font-size: medium;"><strong>วัน </strong></span></span><span style="font-family: Angsana New,serif;"><span style="font-size: medium;"><strong>-</strong></span></span><span style="font-family: Angsana New,serif;"><span style="font-size: medium;"><strong>เวลา</strong></span></span></td>
<td width="579"><span style="font-family: Angsana New,serif;"><span style="font-size: medium;"><strong>คำชี้แจง</strong></span></span></td>
</tr>
<tr valign="TOP">
<td width="135"><span style="font-family: Angsana New,serif;"><span style="font-size: medium;">1 			- 31 </span></span><span style="font-family: Tahoma;"><span style="font-family: Angsana New,serif;"><span style="font-size: medium;">กรกฎาคม </span></span></span><span style="font-family: Angsana New,serif;"><span style="font-size: medium;">2553</span></span></td>
<td width="579"><span style="font-family: Tahoma;"><span style="font-family: Angsana New,serif;"><span style="font-size: medium;">ส่งโครงการรอบที่ </span></span></span><span style="font-family: Angsana New,serif;"><span style="font-size: medium;">1 </span></span><span style="font-family: Tahoma;"><span style="font-family: Angsana New,serif;"><span style="font-size: medium;">โดยน้องๆ 			ต้องออกแบบตัวโครงการเอง 			โดยให้ครอบคลุมรายละเอียดตามเนื้อหาที่กำหนดไว้ให้ </span></span></span><span style="font-family: Angsana New,serif;"><span style="font-size: medium;">(</span></span><span style="font-family: Tahoma;"><span style="font-family: Angsana New,serif;"><span style="font-size: medium;">สามารถดาร์วโหลดได้จากด้านบน</span></span></span><span style="font-family: Angsana New,serif;"><span style="font-size: medium;">) </span></span><span style="font-family: Tahoma;"><span style="font-family: Angsana New,serif;"><span style="font-size: medium;">ส่งโครงการทางอีเมล์เท่านั้น </span></span></span><span style="font-family: Angsana New,serif;"><span style="font-size: medium;">(health_camp3@hotmail.com)</span></span></td>
</tr>
<tr valign="TOP">
<td width="135"><span style="font-family: Angsana New,serif;"><span style="font-size: medium;">3 </span></span><span style="font-family: Tahoma;"><span style="font-family: Angsana New,serif;"><span style="font-size: medium;">สิงหาคม </span></span></span><span style="font-family: Angsana New,serif;"><span style="font-size: medium;">2553</span></span></td>
<td width="579"><span style="font-family: Tahoma;"><span style="font-family: Angsana New,serif;"><span style="font-size: medium;">ประกาศผลโครงการที่ผ่านการพิจารณารอบที่ </span></span></span><span style="font-family: Angsana New,serif;"><span style="font-size: medium;">1 </span></span><span style="font-family: Tahoma;"><span style="font-family: Angsana New,serif;"><span style="font-size: medium;">ทางเว็บไซด์ </span></span></span><span style="font-family: Angsana New,serif;"><span style="font-size: medium;">www.dek-kai.org</span></span></td>
</tr>
<tr valign="TOP">
<td width="135"><span style="font-family: Angsana New,serif;"><span style="font-size: medium;">7 			– 8 </span></span><span style="font-family: Tahoma;"><span style="font-family: Angsana New,serif;"><span style="font-size: medium;">สิงหาคม </span></span></span><span style="font-family: Angsana New,serif;"><span style="font-size: medium;">2553</span></span></td>
<td width="579"><span style="font-family: Tahoma;"><span style="font-family: Angsana New,serif;"><span style="font-size: medium;">โครงการที่ผ่านการพิจารณารอบที่ </span></span></span><span style="font-family: Angsana New,serif;"><span style="font-size: medium;">1 </span></span><span style="font-family: Tahoma;"><span style="font-family: Angsana New,serif;"><span style="font-size: medium;">ต้องส่งตัวแทนขึ้นมานำเสนอโครงการด้วยตัวเอง 			โดยจะนำเสนอในรูปแบบใดก็ได้ 			เช่น พาเวอร์พ้อทย์ 			ให้เวลานำเสนอไม่เกิน </span></span></span><span style="font-family: Angsana New,serif;"><span style="font-size: medium;">15 </span></span><span style="font-family: Tahoma;"><span style="font-family: Angsana New,serif;"><span style="font-size: medium;">นาท</span></span></span><span style="font-family: Angsana New,serif;"><span style="font-size: medium;">/</span></span><span style="font-family: Tahoma;"><span style="font-family: Angsana New,serif;"><span style="font-size: medium;">โครงการ 			ทั้งนี้ไม่มีค่าเดินทางให้ </span></span><span style="text-decoration: underline;"><span style="font-family: Angsana New,serif;"><span style="font-size: medium;"><strong>ชมรมจะต้องรับผิดชอบค่าเดินทางเอง</strong></span></span></span><span style="font-family: Angsana New,serif;"><span style="font-size: medium;"> หลังจากนำเสนอโครงการเสร็จจะต้องกลับไปปรับปรุงโครงการตามที่กรรมการมีข้อเสนอแนะ</span></span></span></td>
</tr>
<tr valign="TOP">
<td width="135"><span style="font-family: Angsana New,serif;"><span style="font-size: medium;">9 			– 13 </span></span><span style="font-family: Tahoma;"><span style="font-family: Angsana New,serif;"><span style="font-size: medium;">สิงหาคม </span></span></span><span style="font-family: Angsana New,serif;"><span style="font-size: medium;">2553</span></span></td>
<td width="579"><span style="font-family: Tahoma;"><span style="font-family: Angsana New,serif;"><span style="font-size: medium;">ส่งโครงการฉบับสมบูรณ์ที่ได้ปรับปรุงตามข้อเสนอแนะจากกรรมการ 			โดยจะมีแบบฟอร์มอีกชุดหนึ่ง 			ซึ่งเป็นแบบฟอร์มฉบับส่งพิจารณารอบที่ </span></span></span><span style="font-family: Angsana New,serif;"><span style="font-size: medium;">2 			(</span></span><span style="font-family: Tahoma;"><span style="font-family: Angsana New,serif;"><span style="font-size: medium;">รอบจริง</span></span></span><span style="font-family: Angsana New,serif;"><span style="font-size: medium;">) </span></span><span style="font-family: Tahoma;"><span style="font-family: Angsana New,serif;"><span style="font-size: medium;">โดยจัดส่งทางไปรษณีย์</span></span></span><span style="font-family: Angsana New,serif;"><span style="font-size: medium;">(EMS) </span></span><span style="font-family: Tahoma;"><span style="font-family: Angsana New,serif;"><span style="font-size: medium;">ประทับตราภายใน</span></span><span style="color: #ff0000;"><span style="text-decoration: underline;"><span style="font-family: Angsana New,serif;"><span style="font-size: medium;"><strong>วันที่ </strong></span></span></span></span></span><span style="color: #ff0000;"><span style="font-family: Angsana New,serif;"><span style="font-size: medium;"><span style="text-decoration: underline;"><strong>13 </strong></span></span></span><span style="font-family: Tahoma;"><span style="text-decoration: underline;"><span style="font-family: Angsana New,serif;"><span style="font-size: medium;"><strong>สิงหาคม </strong></span></span></span></span></span><span style="color: #ff0000;"><span style="font-family: Angsana New,serif;"><span style="font-size: medium;"><span style="text-decoration: underline;"><strong>2553 </strong></span></span></span><span style="font-family: Tahoma;"><span style="text-decoration: underline;"><span style="font-family: Angsana New,serif;"><span style="font-size: medium;"><strong>เท่านั้น</strong></span></span></span></span><span style="font-family: Angsana New,serif;"><span style="font-size: medium;"> พร้อมแนบเอกสารประกอบอื่นๆ </span></span></span><span style="font-family: Angsana New,serif;"><span style="font-size: medium;">(</span></span><span style="font-family: Tahoma;"><span style="font-family: Angsana New,serif;"><span style="font-size: medium;">ดูรายละเอียดตามใบปะหน้าแบบฟอร์ม</span></span></span><span style="font-family: Angsana New,serif;"><span style="font-size: medium;">) </span></span><span style="font-family: Tahoma;"><span style="font-family: Angsana New,serif;"><span style="font-size: medium;">ส่งก่อนมีสิทธิ์พิจารณาก่อน</span></span></span></td>
</tr>
<tr valign="TOP">
<td width="135"><span style="font-family: Angsana New,serif;"><span style="font-size: medium;">23 </span></span><span style="font-family: Tahoma;"><span style="font-family: Angsana New,serif;"><span style="font-size: medium;">สิงหาคม </span></span></span><span style="font-family: Angsana New,serif;"><span style="font-size: medium;">2553</span></span></td>
<td width="579"><span style="font-family: Angsana New,serif;"><span style="font-size: medium;">ประกาศผลการพิจารณา </span></span><span style="font-family: Angsana New,serif;"><span style="font-size: medium;">(</span></span><span style="font-family: Angsana New,serif;"><span style="font-size: medium;">อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม</span></span><span style="font-family: Angsana New,serif;"><span style="font-size: medium;">)</span></span></td>
</tr>
<tr valign="TOP">
<td width="135"><span style="font-family: Angsana New,serif;"><span style="font-size: medium;">3 			– 5 </span></span><span style="font-family: Tahoma;"><span style="font-family: Angsana New,serif;"><span style="font-size: medium;">กันยายน </span></span></span><span style="font-family: Angsana New,serif;"><span style="font-size: medium;">2553</span></span></td>
<td width="579"><span style="font-family: Angsana New,serif;"><span style="font-size: medium;">โครงการที่ผ่านการพิจารณาส่งตัวแทนเข้าร่วมกิจกรรมปฐมนิเทศ </span></span><span style="font-family: Angsana New,serif;"><span style="font-size: medium;">(</span></span><span style="font-family: Angsana New,serif;"><span style="font-size: medium;">สามารถเบิกค่าเดินทางได้</span></span><span style="font-family: Angsana New,serif;"><span style="font-size: medium;">)</span></span></td>
</tr>
<tr valign="TOP">
<td width="135"><span style="font-family: Angsana New,serif;"><span style="font-size: medium;">ตุลาคม </span></span><span style="font-family: Angsana New,serif;"><span style="font-size: medium;">2553</span></span></td>
<td width="579"><span style="font-family: Angsana New,serif;"><span style="font-size: medium;">ดำเนินงานตามโครงการของแต่ละชมรม 			มีพี่เลี้ยงลงเยี่ยม</span></span></td>
</tr>
<tr valign="TOP">
<td width="135"><span style="font-family: Angsana New,serif;"><span style="font-size: medium;">(</span></span><span style="font-family: Tahoma;"><span style="font-family: Angsana New,serif;"><span style="font-size: medium;">ภายในเดือน</span></span></span><span style="font-family: Angsana New,serif;"><span style="font-size: medium;">)</span></span><span style="font-family: Tahoma;"><span style="font-family: Angsana New,serif;"><span style="font-size: medium;">พฤศจิกายน </span></span></span><span style="font-family: Angsana New,serif;"><span style="font-size: medium;">2553</span></span></td>
<td width="579"><span style="font-family: Angsana New,serif;"><span style="font-size: medium;">ส่งตัวแทนเข้าร่วมสรุปบทเรียน </span></span></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>หมายเหตุ: ชมรมไหนที่ส่งโครงการเข้ามาขอรับทุน และได้รับการพิจารณา จะต้องเข้าร่วมกิจกรรมตามตารามปฏิทินที่กำหนดนี้ หากไม่สามารถเข้าร่วมกิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่งถือว่าสละสิทธิ์</p>
<p>ชมรม/สโมสร/คณะ หรือกลุ่มอิสระต่าง ๆ ทุกสถาบันการศึกษา ที่สนใจทำกิจกรรมค่ายอาสาพัฒนา ในประเด็นที่กำหนดให้ แต่ยังขาดงบประมาณในการจัดกิจกรรม มูลนิธิโกมลคีมทอง และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ขอเชิญชวนส่งโครงการเข้ามาขอรับทุนสนับสนุนได้ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2553 โดยต้องกรอกแบบฟอร์มรายละเอียดโครงการตามที่กำหนดให้เท่านั้น <span style="color: #ff0000;"><strong>(แบบฟอร์ม <a href="http://www.dek-kai.org/v03/wp-content/uploads/2010/07/แบบฟอร์ม-รอบที่-1.doc" target="_blank">คลิ๊กที่นี่</a>)</strong></span> ทั้งนี้ในรอบแรก <span style="text-decoration: underline;">ให้ส่งโครงการตามแบบฟอร์มมาทาง E-mail เท่านั้น  (health_camp3@hotmail.com)</span></p>
<p>สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ : คุณพนิดา บุญเทพ หรือ คุณสมรักษ์  อุตจันดา<br />
โทรศัพท์ 02-412-0744 ,02-866-1557 ต่อ 20 มือถือ 08-9796-6985 โทรสาร 02-848-9756</p>
<p>สังคมไทยยังมีปัญหาที่ซุกซ่อนตัวอยู่ภายใต้หน้ากากของวาทกรรม “การพัฒนา” อีกมากมาย โดยเฉพาะชุมชนในชนบท ที่ถูกละเมิดสิทธิของตนเอง  ไม่ว่าจะมาจากการกำหนดนโยบายการพัฒนาของรัฐ  ที่ไม่คำนึงถึงความต้องการของชุมชน เช่น การให้สัมปทานนายทุนเข้ามาเปิดเหมืองแร่ ตัดไม้ สร้างเขื่อน หรือการประกาศพื้นที่อุทยานทับซ้อนที่ดินทำกินของชุมชน หรือสิทธิในเรื่องสัญชาติของพี่น้องชาติพันธ์  เราในฐานะที่บอกว่าตัวเองคือ นักศึกษา ปัญญาชน ผู้ได้รับการศึกษา จะทำอะไรได้บ้างในสถานการณ์ปัจจุบันนี้ &#8230;&#8230;&#8230;&#8230;?</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dek-kai.org/v03/2010/07/oct-53/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>35</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เรียนรู้วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิตพอเพียงชุมชนสร้างสุข</title>
		<link>http://www.dek-kai.org/v03/2010/07/srisaked/</link>
		<comments>http://www.dek-kai.org/v03/2010/07/srisaked/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 07 Jul 2010 04:12:07 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[story]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.dek-kai.org/v03/?p=1056</guid>
		<description><![CDATA[การทำค่ายอาสาต่างๆควรคำนึงถึงความต้องการของของชุมชนและปัญหาของชุมเป็นหลักเพื่อเข้าไปร่วมในการแก้ไขและอยากให้
พี่ชาวค่ายสอนน้องๆ ในการสร้างแนวความคิดใหม่เพื่อเปิดประสบการณ์ให้มากและมีจิตสำนึกในการพัฒนาชุมชนของตนเอง ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>“การทำค่ายอาสาต่างๆควรคำนึงถึงความต้องการของของชุมชนและปัญหาของชุมเป็นหลักเพื่อเข้าไปร่วมในการแก้ไขและอยากให้พี่ชาวค่ายสอนน้องๆ ในการสร้างแนวความคิดใหม่เพื่อเปิดประสบการณ์ให้มากและมีจิตสำนึกในการพัฒนาชุมชนของตนเองสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมชุมชนของตนเอง”</strong></p>
<p>สภานักศึกษา   มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ ซึ่งเป็นกลุ่มนักศึกษาที่ทำกิจกรรมเพื่อสังคมมาโดยตลอด   การทำกิจกรรมแต่ละครั้งจะเน้นการมีส่วนร่วมของชุมชนรวมถึงการรักษาเผยแพร่ภูมิปัญญาชุมชนวัฒนธรรมประเพณี    วิถีชีวิตชุมชน    อาทิเช่น    ประเพณีที่เกี่ยวข้องวิถีชีวิตของชาวส่วย    สถานทีสำคัญชุมชนเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจและดำรงอยู่ร่วมกันได้   ด้วยการพึ่งพาอาศัยกันโดยไม่ยึดติดกับวัตถุนิยมหรือสังคมที่มีแต่การแข่งขัน</p>
<p><a href="http://www.dek-kai.org/v03/wp-content/uploads/2010/07/002.jpg" rel="shadowbox[post-1056];player=img;"><img class="alignleft size-medium wp-image-1059" title="002" src="http://www.dek-kai.org/v03/wp-content/uploads/2010/07/002-300x219.jpg" alt="" width="300" height="219" /></a><a href="http://www.dek-kai.org/v03/wp-content/uploads/2010/07/001.jpg" rel="shadowbox[post-1056];player=img;"><img class="alignleft size-medium wp-image-1058" title="001" src="http://www.dek-kai.org/v03/wp-content/uploads/2010/07/001-300x218.jpg" alt="" width="300" height="218" /></a></p>
<p>สำหรับโครงการปฐมบทใหม่ค่ายอาสาพัฒนาสร้างเสริมสุขภาพ  Health @ Camp “ค่ายเปลี่ยนคน คนเปลี่ยนความคิด”  ปีนี้    ทางสภานักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ    ได้จัดโครงการค่ายเรียนรู้วัฒนธรรม   ประเพณี    วิถีชีวิตพอเพียงชุมชนสร้างสุข ขึ้น    ภายใต้การสนับสนุนของมูลนิธิโกมลคีมทอง   ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)      เพื่อช่วยพัฒนาและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและร่วมกัน   ระหว่างนักศึกษากับชุมชนในเชิงบวกเสริมสร้างภาวะผู้นำ    สร้างแนวทางวิถีชีวิตสร้างสุขของชุมชนแบบพึ่งพาตนเอง   ส่งเสริมให้เกิดความรู้และทัศนคติที่ดีต่อการสร้างเสริมสุขภาพให้กับชุมชน   เกิดการบริหารจัดการภายในชุมชนแบบพอเพียงและใช้วัฒนธรรม   ประเพณี  ในการดำเนินชีวิตให้เป็นชุมชนต้นแบบในการศึกษาเรียนรู้    สร้างความมีคุณธรรมของนักศึกษา   เพื่อตอบสนองต่อปรัชญาวิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัยที่เน้นด้านการพัฒนาท้องถิ่น</p>
<p>โดยพื้นที่ที่ทางสภานักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ    ได้เลือกเป็นพื้นที่ออกค่าย  คือ  บ้านหนองมอญ หมู่ที่10 ตำบลหนองห้าง อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ   ชื่อของหมู่นั้นเดิมที่ตั้งตามสัญญาลักษณ์หรือสิ่งที่พบเห็นโดดเด่นนั่นก็คือ   มี ต้นหม่อนใหญ่ขึ้นอยู่ริมหนองน้ำที่อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของหมู่บ้าน    และชาวบ้านบ้านหนองมอญนั้น    ส่วนใหญ่จะเป็นชาวส่วยที่มีการรับอารยะธรรมจากดินแดนอีสานใต้ และที่สำคัญชุมชนบ้านหนองมอญนี้    ได้รับการสนุบสนุนชุมชนตัวอย่างและเป็นชุมชนที่เป็นเครือข่ายกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)</p>
<p>ด้วยเหตุผลข้างต้นนี้ทางสภานักศึกษาฯจึงมีความประสงค์ที่จะสร้างกิจกรรมของนักศึกษาให้เข้าถึงชุมชนโดยเน้นการทำงานกับชุมชนเพื่อเป็นประสบการณ์นอกห้องเรียนหรือเรียกอีกอย่างว่า “การเรียนนอกฤดู” ทั้งเป็นการเรียนรู้ในด้านวิถีชีวิต    วัฒนธรรมและประเพณีชุมชน   เป็นการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างนักศึกษากับชุมชน  เพื่อนำไปสู่การสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยกับชุมชน</p>
<p><a href="http://www.dek-kai.org/v03/wp-content/uploads/2010/07/004.jpg" rel="shadowbox[post-1056];player=img;"><img class="alignleft size-medium wp-image-1061" title="004" src="http://www.dek-kai.org/v03/wp-content/uploads/2010/07/004-300x218.jpg" alt="" width="200" /></a><a href="http://www.dek-kai.org/v03/wp-content/uploads/2010/07/005.jpg" rel="shadowbox[post-1056];player=img;"><img class="alignleft size-medium wp-image-1062" title="005" src="http://www.dek-kai.org/v03/wp-content/uploads/2010/07/005-300x218.jpg" alt="" width="200" /></a><a href="http://www.dek-kai.org/v03/wp-content/uploads/2010/07/006.jpg" rel="shadowbox[post-1056];player=img;"><img class="alignleft size-medium wp-image-1063" title="006" src="http://www.dek-kai.org/v03/wp-content/uploads/2010/07/006-300x218.jpg" alt="" width="200" /></a></p>
<p>กิจกรรมหลายๆ รูปแบบ ที่ออกแบบไว้ให้ตอบวัตถุประสงค์ของค่าย  ที่ต้องการนำพาสมาชิกชาวค่ายได้เรียนรู้วัฒนธรรมประเพณี  และวีถีของชุมชน  ตลอดจนการแลกเปลี่ยนชุดความรู้ระหว่างนักศึกษากับชุมชน   ไม่ว่าจะเป็นการเป็นสร้างความสัมพันธ์ระหว่างชาวค่ายและคนในชุมชน  โดยใช้กิจกรรม “พ่อฮักแม่ฮัก”   การศึกษาสภาพภูมิศาสตร์ชุมชนและบริบทของชุมชน   มีการเก็บและศึกษาข้อมูลด้านภาษาของชุมชน  โดยมีปราชญ์ชาวบ้านเป็นผู้ให้ข้อมูล   และท้ายที่สุดเป็นการจัดนิทรรศการโครงการ “ค่ายเรียนรู้วัฒนธรรม  ประเพณี  วิถีชีวิตพอเพียงชุมชนสร้างสุข”  ซึ่งเป็นการนำชุดความรู้ที่ได้มานำเสนอ</p>
<p><a href="http://www.dek-kai.org/v03/wp-content/uploads/2010/07/009.jpg" rel="shadowbox[post-1056];player=img;"><br />
</a></p>
<p>สิ่งที่ได้รับจากค่ายครั้งนี้  คือ  บรรยากาศการทำงานร่วมกันของเพื่อนจากต่างสถาบัน  เกิดการเรียนรู้กระบวนการการทำงานที่แตกต่างกัน   การทำงานเป็นทีมส่งผลให้มีการแสดงความคิดเห็นและปรึกษาหารือร่วมกัน  ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของ ความสัมพันธ์และมิตรภาพ   ในประเด็นการเรียนรู้   เกิดกระบวนการศึกษาและเรียนรู้ประวัติศาสตร์ชุมชน  เอกลักษณ์และภูมิปัญญาของชุมชน   ซึ่งเป็นชุดความรู้ใหม่  ในมิติที่แตกต่างจากแนวคิดของตนแต่เดิม</p>
<p><a href="http://www.dek-kai.org/v03/wp-content/uploads/2010/07/009.jpg" rel="shadowbox[post-1056];player=img;"><img title="009" src="http://www.dek-kai.org/v03/wp-content/uploads/2010/07/009.jpg" alt="" width="600" height="390" /></a></p>
<p>“ รู้สึกว่าตัวเองได้เรียนรู้เรื่องราวต่างๆ ที่ไม่เคยรู้มาก่อน   ไม่ว่าจะเป็นวิถีชีวิตของคนในชุมชน  ชีวิตความเป็นอยู่  สภาพทางสังคม  รวมไปถึงขนบธรรมเนียมประเพณีต่างๆ ของชุมชน  ที่สืบทอดกันมาช้านาน  รู้สึกดีใจและภูมิใจที่ได้ร่วมกิจกรรมกับเพื่อนๆ ที่ทำความดีแก่สังคม  และยังรู้สึกว่าคนเราคนก็ต่างความคิด  แต่เมื่อมาอยู่รวมกันหลาย ๆคน  ก็จะมีหลากหลายความคิด  การมาค่ายครั้งนี้ทำให้เราเปลี่ยนแปลงตัวเองได้มากเลยทีเดียว  เช่น  ทำให้เรามีจิตใจที่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่  คิดอยากจะช่วยเหลือผู้อื่น  อยากช่วยสังคมให้พัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น ”</p>
<p style="text-align: right;"><em>มนัส  บุญลับ</em></p>
<p style="text-align: right;"><em>ชมรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม  มหาวิทยาลัยราชภัฎศรีสะเกษ</em></p>
<p>สนุกที่ได้มีโอกาสมาเรียนรู้วิถีชีวิตของคนในหมู่บ้านหนองมอญ  รู้สึกว่าชาวบ้านที่นี่ให้การต้อนรับพวกเราเป็นอย่างดี  และรู้สึกว่าค่ายนี้ทำให้ได้มีโอกาสรู้จักกับเพื่อน ๆ จากหลากหลายสถาบัน  มีมิตรภาพเกิดขึ้นภายในค่าย  มีการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน    กิจกรรมต่าง ๆ ภายในค่ายทำให้ได้เรียนรู้วิถีชีวิต  ประวัติศาสตร์ของหมู่บ้าน  เรียนรู้ขั้นตอนการทำนาและการปลูกพริก  ได้เรียบนรู้การทำงานเป็นทืมร่วมกับผู้อื่น  และรู้เครื่องมือที่ใช้เก็บข้อมูลที่หลากหลาย   ค่ายนี้ให้อะไรมากกว่าการมาร่วมกิจกรรม&#8230;..</p>
<p style="text-align: right;"><em>วนารักษ์  หงษา</em></p>
<p style="text-align: right;"><em>องค์การบริการนักศึกษา  มหาวิทยาลัยราชภัฎศรีสะเกษ</em></p>
<p>มันดีจริง ๆ สำหรับตัวฉัน  รู้สึกว่าเป็นอะไรที่แปลกใหม่และได้ทั้งความรู้  ประสบการณ์  มิตรภาพที่ดี  รู้จักกับหลาย ๆ คน  ต่างท้องถิ่นต่างสถาบัน  ต่างวัฒนธรรม  ต่างความคิด    แต่เมื่อมาอยู่อยู่ตรงนี้แล้ว  มันเป็นการสร้างคน  มีการประเมินตนเองอย่างหนึ่ง  ให้รู้จักปรุบปรุงัตวกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นได้ในแต่ละวัน  สิ่งที่เกิดการเปลี่ยนแปลงในตัวฉัน  ทางด้านร่างกายไม่เท่าไหร่  แต่จิตใจความคิดนั้นสำคัญ    ในการมาอยู่ค่ายครั้งนี้  รู้สึกว่ามันเปลี่ยนแปลงทั้งชีวิตเลย  ซึ่งแต่เดิมฉันเคยแต่อยู่กับพ่อแม่  ไม่ค่อยได้พบปะผู้คนมากมาย</p>
<p style="text-align: right;"><em>ศระวิน  พูลสวัสดิ์</em></p>
<p style="text-align: right;"><em>ค่ายอาสาพัฒนาชนบท  มหาวิทยาลัยราชภัฎอุดรธานี</em></p>
<p><a href="http://www.dek-kai.org/v03/wp-content/uploads/2010/07/010.jpg" rel="shadowbox[post-1056];player=img;"><img class="aligncenter size-full wp-image-1067" title="010" src="http://www.dek-kai.org/v03/wp-content/uploads/2010/07/010.jpg" alt="" width="600" height="438" /></a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dek-kai.org/v03/2010/07/srisaked/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>10</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>&#8220;ค่ายเปลี่ยนคน คนเปลี่ยนความคิด&#8221;</title>
		<link>http://www.dek-kai.org/v03/2010/07/summary-june53/</link>
		<comments>http://www.dek-kai.org/v03/2010/07/summary-june53/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 04 Jul 2010 11:17:35 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[activity]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.dek-kai.org/v03/?p=1029</guid>
		<description><![CDATA[เล่าเรื่องโดย&#8230; ฮิปโป

เด็กค่าย&#8230;&#8230;. ฮู้ลาลาฮู้ลาลา&#8230;..กุงกิ้งกุงกิ้ง …………………………
เป็นอย่างไรกันบ้างคะ ยังจำเสียงร้อง และท่าเต้นในแบบฉบับเด็กค่ายกันได้ไหมเอ๋ย&#8230;คิดว่าหลายคนต้องยังจำกันได้นะคะ
เมื่อวันที 11–13 มิถุนายน 2553 ที่ผ่านมา มูลนิธิโกมล คีมทอง โดยโครงการปฐมบทใหม่ค่ายอาสาพัฒนาสร้างเสริมสุขภาพ หรือ “ค่ายเปลี่ยนคน คนเปลี่ยนความคิด” ได้จัดกิจกรรมสรุปบทเรียนค่ายฯ ขึ้น ณ บ้านผู้หว่าน อ.สามพราน จ.นครปฐม  โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ตัวแทนของแต่ละชมรม ที่ได้รับทุนสนับสนุนในการทำกิจกรรมค่ายอาสาพัฒนาฯ ในช่วงปิดเทอมภาคฤดูร้อนที่ผ่านมาร่วม
1.ทบทวนสรุปสิ่งที่ได้จากการทำค่าย และบทเรียนที่ได้เรียนรู้
2.แลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงานค่ายอาสาของนักศึกษา
3.สร้างสรรค์กำลังใจและความคิดต่อการทำงานกิจกรรมนักศึกษา สานความสัมพันธ์ และวางแผนการทำงานเชื่อมเครือข่ายระหว่างกัน
ในงานมีตัวแทนชมรม/คณะ/กลุ่มอิสระ จากมหาลัยวิทยาลัยต่างๆ ทั่วประเทศเข้าร่วมเกือบ 200 คน โดยตลอด 3 วัน มีกิจกรรมต่างๆ มากมาย



วันศุกร์ที่ 11 มิถุนายน 2553
ก่อนอื่นก็ไม่พ้นต้องลงทะเบียนกันก่อนนะคะ น้องๆเริ่มทยอยมากันตั้งแต่ 07.00 น. กันเลย บรรยากาศก็ค่อนข้างคึกคัก เพราะหลายคนเคยเจอกันแล้วเมื่อตอนปฐมนิเทศ หลายคนมาจากมหาลัยเดียวกัน หลายคนข้ามถิ่นไปช่วยเพื่อนจากภาคอื่นทำค่าย แต่หลายคนก็เป็นน้องใหม่ รุ่นพี่พึ่งพามาครั้งแรก การมาพบเจอกันครั้งนี้ก็เลยทำให้บรรยากาศค่อนข้างเป็นกันเอง แว่วเสียงพูดคุยกันตลอดเวลา จนพี่ๆ ที่ทำหน้าที่รับลงทะเบียนต้องตะโกนแข่งกับเสียงน้องๆที่มีร่วม [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: right;"><em>เล่าเรื่องโดย&#8230; ฮิปโป</em></p>
<p><a href="http://www.dek-kai.org/v03/wp-content/uploads/2010/07/image002.gif" rel="shadowbox[post-1029];player=img;"></a><a href="http://www.dek-kai.org/v03/wp-content/uploads/2010/07/image001.png" rel="shadowbox[post-1029];player=img;"><img class="aligncenter size-full wp-image-1031" title="image001" src="http://www.dek-kai.org/v03/wp-content/uploads/2010/07/image001.png" alt="" width="600" /></a></p>
<p>เด็กค่าย&#8230;&#8230;. ฮู้ลาลาฮู้ลาลา&#8230;..กุงกิ้งกุงกิ้ง …………………………</p>
<p>เป็นอย่างไรกันบ้างคะ ยังจำเสียงร้อง และท่าเต้นในแบบฉบับเด็กค่ายกันได้ไหมเอ๋ย&#8230;คิดว่าหลายคนต้องยังจำกันได้นะคะ</p>
<p>เมื่อวันที 11–13 มิถุนายน 2553 ที่ผ่านมา มูลนิธิโกมล คีมทอง โดยโครงการปฐมบทใหม่ค่ายอาสาพัฒนาสร้างเสริมสุขภาพ หรือ “ค่ายเปลี่ยนคน คนเปลี่ยนความคิด” ได้จัดกิจกรรมสรุปบทเรียนค่ายฯ ขึ้น ณ บ้านผู้หว่าน อ.สามพราน จ.นครปฐม  โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ตัวแทนของแต่ละชมรม ที่ได้รับทุนสนับสนุนในการทำกิจกรรมค่ายอาสาพัฒนาฯ ในช่วงปิดเทอมภาคฤดูร้อนที่ผ่านมาร่วม</p>
<p>1.ทบทวนสรุปสิ่งที่ได้จากการทำค่าย และบทเรียนที่ได้เรียนรู้</p>
<p>2.แลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงานค่ายอาสาของนักศึกษา</p>
<p>3.สร้างสรรค์กำลังใจและความคิดต่อการทำงานกิจกรรมนักศึกษา สานความสัมพันธ์ และวางแผนการทำงานเชื่อมเครือข่ายระหว่างกัน</p>
<p>ในงานมีตัวแทนชมรม/คณะ/กลุ่มอิสระ จากมหาลัยวิทยาลัยต่างๆ ทั่วประเทศเข้าร่วมเกือบ 200 คน โดยตลอด 3 วัน มีกิจกรรมต่างๆ มากมาย</p>
<p><a href="http://www.dek-kai.org/v03/wp-content/uploads/2010/07/image007.png" rel="shadowbox[post-1029];player=img;"><img title="image007" src="http://www.dek-kai.org/v03/wp-content/uploads/2010/07/image007.png" alt="" width="300" align="left" /></a><a href="http://www.dek-kai.org/v03/wp-content/uploads/2010/07/image005.png" rel="shadowbox[post-1029];player=img;"><img class="alignleft size-full wp-image-1033" title="image005" src="http://www.dek-kai.org/v03/wp-content/uploads/2010/07/image005.png" alt="" width="300" align="left" /></a><br />
<img src="http://www.dek-kai.org/v03/wp-content/uploads/2010/07/image011.png" alt="" width="300" align="left" /><br />
<img src="http://www.dek-kai.org/v03/wp-content/uploads/2010/07/image013.png" alt="" width="300" /></p>
<p><span style="color: #993300;"><span style="text-decoration: underline;"><strong>วันศุกร์ที่ 11 มิถุนายน 2553</strong></span></span></p>
<p>ก่อนอื่นก็ไม่พ้นต้องลงทะเบียนกันก่อนนะคะ น้องๆเริ่มทยอยมากันตั้งแต่ 07.00 น. กันเลย บรรยากาศก็ค่อนข้างคึกคัก เพราะหลายคนเคยเจอกันแล้วเมื่อตอนปฐมนิเทศ หลายคนมาจากมหาลัยเดียวกัน หลายคนข้ามถิ่นไปช่วยเพื่อนจากภาคอื่นทำค่าย แต่หลายคนก็เป็นน้องใหม่ รุ่นพี่พึ่งพามาครั้งแรก การมาพบเจอกันครั้งนี้ก็เลยทำให้บรรยากาศค่อนข้างเป็นกันเอง แว่วเสียงพูดคุยกันตลอดเวลา จนพี่ๆ ที่ทำหน้าที่รับลงทะเบียนต้องตะโกนแข่งกับเสียงน้องๆที่มีร่วม 200 คนกันเลยทีเดียวจากนั้นก็เข้าสู่กิจกรรมสันทนาการ ที่พี่ๆ ซ้อมใหญ่กันเพียงคืนเดียว เพื่อสร้างความบันเทิงให้กับน้องๆ หรือที่มักพูดกันให้เป็นทางการก็เพื่อ สร้างความคุ้นเคยให้กับน้องๆ ที่อาจจะพึ่งพบกันครั้งแรก ผ่านการร้องเล่น เต้นรำ กันนี่แหละ หลายคนยังใหม่ ก็ออกอาการเขิน บางคนเป็นแกนนำค่าย สายวิชาการไม่คุ้นกับการต้องมาเต้นแบบแหว๋วๆ แบบนี้ก็ออกอาการเต้นไม่ออก สุดท้ายก็ไม่พ้นโดนพี่ๆ แกล้งจนได้ แต่พอผ่านไปสักเพลง 2 เพลง ทุกคนก็เริ่มขยับโดยอัตโนมัติ งา  นนี้ทีมสันทนาการของเรา ลงทุนแต่งเพลงใหม่ คิดท่าเต้นใหม่ เพื่อจะได้ไม่ซ้ำแบบใคร ให้น้องๆได้สนุกกันเต็มที่ จะได้คลายเครียดกันนะคะ</p>
<p>ต่อจากนั้นก็เข้าสู่หมวดของกิจกรรมวิชาการกันต่อคะ โดยกิจกรรมนี้ เป็นการทบทวนการทำค่ายของแต่ละชมรม ทบทวนว่าค่ายของตัวเองเป็นค่ายอะไร มีเป้าหมายอย่างไร มีกิจกรรมอะไรบ้างที่นำไปสู่เป้าหมาย ผลในเชิงบวก และลบ ต่อทั้งตนเอง ชาวค่าย ชุมชน สุดท้ายก็มาจบที่ ปัญหาและอุปสรรคของการทำค่าย ซึ่งในกิจกรรมนิ้วิทยากรได้แบ่งกลุ่มย่อยโดยให้แต่ละชมรมเลือกกลุ่มตามรูปภาพที่กำหนดให้ ซึ่งในแต่ละภาพก็จะสื่อถึงลักษณะค่ายที่น้องๆลงไปทำ เช่น ค่ายอนุรักษ์ ค่ายสร้าง ค่ายสุขภาพ ค่ายเรียนรู้ เป็นต้น โดยไม่ได้บอกว่าแต่ละภาพสื่อถึงค่ายแบบไหน แต่ให้น้องๆ เลือก และตีความกันเอาเอง จากนั้นเมื่อทุกคนเลือกกลุ่มและภาพได้แล้ว ก็ให้พูดคุยแลกเปลี่ยนกันเองในกลุ่ม โดยมีพี่เลี้ยง(เยี่ยมค่าย) ค่อยชวนคุย จากนั้นก็ให้แต่ละกลุ่มย่อย สรุป นำเสนอเป็นนิทรรศการของกลุ่มตัวเอง แล้วชักชวนเพื่อนๆจากกลุ่มอื่นเข้าชมนิทรรศการของตัวเองให้ได้มากที่สุด</p>
<p><img src="http://www.dek-kai.org/v03/wp-content/uploads/2010/07/image019.png" alt="" width="300" align="left" /><img src="http://www.dek-kai.org/v03/wp-content/uploads/2010/07/image021.png" alt="" width="300" /></p>
<p>ในภาคกลางคืน หลังจากที่ผ่านการทบทวนโครงการกันแล้ว ซึ่งน้องหลายคนถึงกับปวดหัว เพราะการทบทวนเช่นนี้เป็นสิ่งใหม่ที่เคยทำ ภาคกลางคืนพี่ๆ เลยจัดฉายหนังสั้นเรื่อง “มอแกน” เป็นเรื่องราวของชาวมอแกนที่อาศัยในทะเลอันดามัน เล่าถึงวิถีชีวิตหลังเกิดคลื่นสึนามิ ผ่านตัวเอกของเรื่องที่เป็นเพศทางเลือก หรือที่หลายคนเรียกว่า “กระเทย”  หนังนำเสนอออกมาแบบตลกๆ เรียกเสียงหัวเราะจากน้องๆให้ได้ผ่อนคลายกันบ้าง แต่หลังจากดูหนังเสร็จก็ยังคงมีเรื่องให้ได้ขบคิด ว่า “ดูหนังแล้วได้อะไร” คำถามง่ายๆ แต่คำตอบที่ได้ไม่ได้ง่ายตามคำถาม เพราะหลายคนแสดงความคิดเห็นออกมาได้อย่างน่าสนใจว่า “คนเราไม่ว่าจะเชื้อชาติไหน เผ่าพันธ์อะไร ก็คือคนเหมือนกัน มีสิทธิของความเป็นคนเท่ากัน” หรือ “หากเราจะไปทำค่ายที่นั้น เราจะทำอย่างไรกับชุมชนที่เกิดการเปลี่ยนแปลงไปแบบนี้”  เป็นต้น มองหน้าน้องๆ แต่ละคนหลังจากดูหนังและแลกเปลี่ยนกันแล้ว หลายคนยังมีสีหน้าครุ่นคิด หลายคนเรียกร้องขอหนังสั้นชุดนี้เอาไปเผยแพร่ และขบคิดกันต่อ &#8230;.เวลาสุดท้ายของค่ำคืนนี้ก็มาถึง พี่ๆ ร่วมกันส่งน้องเข้านอนด้วยเพลงอันคุ้นเคย &#8230;&#8230;.“&#8230;&#8230;..คืนนี้ถ้าเธอหนาว ร่วมผิงดาวบนฟ้า จากรัก จากศรัทธา ของเรา&#8230;&#8230;&#8230;..”</p>
<p><img src="http://www.dek-kai.org/v03/wp-content/uploads/2010/07/image025.png" alt="" width="300" align="left" /><img src="http://www.dek-kai.org/v03/wp-content/uploads/2010/07/image027.png" alt="" width="300" /></p>
<p><span style="color: #993300;"><strong><span style="text-decoration: underline;">วันเสาร์ที่ 12 มิถุนายน 2553</span></strong></span></p>
<p>หลังจากทานข้าวเช้ากันมาแบบอิ่มหนำสำราญกันแล้ว กิจกรรมของเช้าวันนี้ก็ยังคงเริ่มกันที่สันทนาการ เพื่อเรียกความพร้อมของน้อง ซึ่งมีด้วยกันหลากหลายเกมส์ บางเกมส์เน้นสนุก บางเกมส์เน้นไหวพริบ ซึ่งถ้าใครช้า ก็ไม่พ้นโดนพี่ๆ จับมาแกล้งหน้ากลุ่ม หลังจากสนุกกับการสันทนาการกันแล้ว ก็เข้าสู่กิจกรรมที่เป็นเนื้อหาสาระกันต่อ โดยในวันที่ 2 ของการทำกิจกรรมในครั้งนี้ มีเป้าเพื่อให้น้องๆที่มาร่วมกิจกรรมได้ทบทวนตัวเอง หลังจากที่เมื่อวานได้ทบทวนโครงการค่ายของตัวเองแล้ว วันนี้กิจกรรมจึงเป็นไปเพื่อกลับมาทบทวนตัวเอง ทบทวนคนทำงานบ้าง ว่าได้เรียนรู้อะไร ภายหลังจากไปทำค่ายมา “ค่ายทำให้ คนเปลี่ยนความคิดอย่างไร”  ผ่านกิจกรรม Body Paint โดยแบ่งเนื้อหาเป็น</p>
<p>หัว หมายถึง ความคิด ความเชื่อ ความเข้าใจต่อสังคม คนชนบท ฯลฯ</p>
<p>ตา หมายถึง มุมมองต่อชีวิต และการใช้ชีวิตในสังคม</p>
<p>หัวใจ หมายถึง จิตใจ ความรู้สึก ความประทับใจ</p>
<p>มือ หมายถึง ทักษะ ประสบการณ์ด้านทักษะต่างๆ เช่น การพูด การแสดงออด การเขียน การเล่นเกม การให้คำปรึกษา ฯลฯ</p>
<p>ขา หมายถึง สิ่งที่มุ่งหวังอยากจะเดินต่อไป</p>
<p><img src="http://www.dek-kai.org/v03/wp-content/uploads/2010/07/image029.png" alt="" width="300" align="left" /><img src="http://www.dek-kai.org/v03/wp-content/uploads/2010/07/image031.png" alt="" width="300" /></p>
<p>ต่อจากนั้นช่วงบ่าย เพื่อให้น้องๆได้ผ่อนคลายจากการทำกิจกรรมที่ค่อนข้างจะต้องคิดมาตลอด 2 วัน ในช่วงบ่ายของวันนี้ พี่ๆจึงคิดกิจกรรมให้น้องได้สนุกร่วมกัน ผ่านกิจกรรม กีฬาพื้นบ้าน โดยแบ่งกลุ่มน้องๆ ออกเป็น 5 สี  มีการส่งตัวแทนเข้าแข่งขันในกีฬาแต่ละประเภท รวมทั้งประกวดกองเชียร์ สิ้นเสียงนกหวีด น้องๆ ต่างออกลวดลายเชียร์กันแบบเมามันส์ แต่ก็มักจะต้องหยุดชะงัก เนื่องจากยังมีพี่ตัวป่วนคอยเปานกหวีดแกล้งให้ทุกสีปั่นป่วนหรือไม่ก็สาดน้ำเข้าใส่ หรือโยนถุงลูกโป่งที่มีน้ำอยู่ใส่กลางวงที่น้องๆกำลังเชียร์กันอย่างสนุกสนาน &#8230;.ด้านนักกีฬาเองก็เอาจริงเอาจังกับการแข่งขัน ไม่ว่าจะเป็นเกมส์ ส่งถุงน้ำ วอลเล่ย์บอลน้ำ หรือวิ่งวงกลม โดยเฉพาะเกมส์สุดท้ายพี่เลี้ยง ร่วมทั้งวิทยากร ต้องลงแข่งขันด้วย ..แม้พี่จะมีเล่ห์เหลี่ยม และคนน้อยกว่า (ซึ่งคิดว่าน่าจะง่ายต่อเกมส์นี้) แต่น้องๆ ก็เป็นฝ่ายชนะไปอย่างง่ายดาย &#8230;.ช่วงสุดท้ายของกิจกรรม เป็นช่วงเอาคืน งานนี้น้องๆมีการนัดหมายเอาคืนจากพี่ๆ  โดยเฉพาะตัวป่วนของงาน ที่โดนน้องๆ เอาคืนแบบเปียกไปทุกรูขุมขนทีเดียว &#8230;จบกิจกรรมแบบชุ่มฉ่ำกันทั่วหน้า&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;..</p>
<p><img src="http://www.dek-kai.org/v03/wp-content/uploads/2010/07/image037.png" alt="" width="300" align="left" /><img src="http://www.dek-kai.org/v03/wp-content/uploads/2010/07/image039.png" alt="" width="300" /></p>
<p>ในส่วนของภาคกลางคืน น้องๆได้รับโจทย์จากวิทยากรว่า ให้แต่ละกลุ่มเตรียมการแสดง ซึ่งการแสดงนั้นจะต้องมีเนื้อหาเกี่ยวกับการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นจากการเข้าร่วมกิจกรรมสรุปบทเรียนในครั้งนี้ โดยมีเวลาให้กลุ่มละ 10 นาที งานนี้มีคณะกรรมการให้คะแนน ซึ่งกรรมการที่ออกนั้น เรียกเสียงหัวเราะจากน้องๆ ได้แบบเหนือความคาดหมาย แต่ก่อนที่จะชมการแสดงจากแต่ละกลุ่ม พี่กระรอก หรือ คุณวีรพงษ์ เกรียงสินยศ กรรมการและผู้จัดการของมูลนิธิโกมล คีมทอง ซึ่งเป็นพี่ที่คอยให้คำปรึกษา เกี่ยวกับโครงการมาตลอด ได้มาพบปะและให้กำลังใจแก่น้องๆ โดยพี่กระรอกได้ฝากไว้เป็นแง่คิดแก่น้องๆ ว่า “สังคมไทยอยู่ในมือของ นิสิต นักศึกษา ทุกคน ฉะนั้นจึงอยากให้ช่วยกันดูแลสังคมนี้ให้ดีขึ้น”  หลังจากที่พี่กระรอกได้ให้แง่คิดกับน้องๆ แล้ว ก็ถึงเวลาของการแสดงของแต่ละกลุ่ม แต่ละกลุ่มก็เรียกเสียงฮ่าจากเพื่อนๆ</p>
<p>หลังจากการแสดงของกลุ่มสุดท้ายเสร็จ ช่วงสุดท้ายของกิจกรรมภาคกลางคืน เป็นกิจกรรมจุดเทียนส่งกำลังใจให้คนค่าย โดยมีพี่ๆ ทีมสร้างบรรยากาศ ออกไปเตรียมสถานที่ไว้รอ จากนั้นก็พาน้องๆ หลับตา เดินออกมานั่งเป็นวงกลม ตามด้วยการจุดเทียนสร้างบรรยากาศ เปิดกิจกรรมด้วยบทเพลง เทียน(หนึ่ง) &#8230;. “เทียนหนึ่งถูกจุดที่นี่ เทียนนี่ถูกจุดลุกไสว &#8230;&#8230;.บัดนี้เทียนถึงการมอดดับ ลาลับไปจากเพื่อนพ้อง แต่ ณ ที่นี่เรืองรอง ขอเทียนน้องส่องทดแทน&#8230;&#8230;”  หลังจากนั้นตัวแทนของพี่พูดให้กำลังใจน้อง จากนั้นก็ให้แต่ละกลุ่มส่งตัวแทนออกมาพูดความรู้สึกของตัวเอง&#8230;&#8230; หลายคนให้คำมั่นสัญญาว่า ไม่ว่าจะอย่างไรจะไม่ทิ้งเส้นทางสายนี้เด็ดขาด เพราะต่างก็เชื่อว่า ค่ายให้อะไรกับคนทำมากมาย &#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;.ปิดท้าย ด้วยการส่งน้องเข้านอนด้วยบทเพลง &#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;..</p>
<p><span style="color: #993300;"><strong><span style="text-decoration: underline;">วันอาทิตย์ที่ 13 มิถุนายน 2553</span></strong></span></p>
<p>และแล้ว งานเลี้ยงก็เดินทางมาถึงช่วงสุดท้าย ไม่มีงานเลี้ยงใดไม่เลิกลา ก่อนร่ำลา เราก็ยังต้องครุ่นคิดกันต่อ ถึงกิจกรรมที่ร่วมกันทำมาตลอด 3 วัน ร่วมกันสรุปว่าเราได้อะไรไปบ้าง หรือเราอยากบอกอะไรกันบ้าง  ร่วมไปถึง เราอยากทำอะไรร่วมกันบ้าง ในฐานะเด็กค่าย หรือเด็กกิจกรรม &#8230;&#8230;โดยแต่ละภาคแบ่งกลุ่มไปพูดคุยกัน  หลายภาคมีข้อเสนอที่จะทำกิจกรรมร่วมกัน เพื่อกระชับความสัมพันธ์ รวมไปถึงเพื่อแลกเปลี่ยนการทำงาน ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน &#8230;&#8230;.. ภาพที่เกิดขึ้น ทำให้เราในฐานะคนทำงาน ยิ้มแก้มแทบปริ ไม่ง่ายเลยที่จะเดินทางมาถึงวันนี้ &#8230;..</p>
<p>สุดท้าย ขอบคุณทุกรอยยิ้ม และพลัง ที่น้องๆ เอามาฝากพี่ๆ เอามาแบ่งปันกับเพื่อนๆ ทำให้เรารู้ว่า ถนนเส้นนี้ เราไม่ได้เดินอยู่คนเดียว เรายังมีเพื่อน มีพี่ มีน้องที่พร้อมจะเข้ามาสานต่อสิ่งที่เราได้ทำมา (ซึ่งนั้นแหละ เราก็สานต่อมาจากรุ่นพี่ของเราอีกที) ดังนั้น ใครที่คิดว่าถนนสายนี้จะตัน คงต้องเปลี่ยนความคิดใหม่ซะแล้วแหละ&#8230;. อย่างน้อย “ณ ที่นี่เรืองรอง เพราะเทียนของน้องจะส่องทดแทน&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;..”</p>
<p>พวกเราร่ำลากันด้วยบทเพลง “กำลังใจ” เพราะกำลังใจเป็นสิ่งสำคัญ</p>
<p>และเราจะกลับมาพบกันอีก</p>
<p><img src="http://www.dek-kai.org/v03/wp-content/uploads/2010/07/image041.png" alt="" width="600" /></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dek-kai.org/v03/2010/07/summary-june53/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>9</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ฟอร์มทำเนียบสมาชิก กรณีจบการศึกษาแล้ว</title>
		<link>http://www.dek-kai.org/v03/2010/06/form-2/</link>
		<comments>http://www.dek-kai.org/v03/2010/06/form-2/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 23 Jun 2010 07:19:20 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.dek-kai.org/v03/?p=1015</guid>
		<description><![CDATA[]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[[contact-form]
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dek-kai.org/v03/2010/06/form-2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ฟอร์มทำเนียบสมาชิก กรณีกำลังศึกษาอยู่</title>
		<link>http://www.dek-kai.org/v03/2010/06/form1/</link>
		<comments>http://www.dek-kai.org/v03/2010/06/form1/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 21 Jun 2010 08:45:20 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.dek-kai.org/v03/?p=1012</guid>
		<description><![CDATA[]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[[contact-form]
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dek-kai.org/v03/2010/06/form1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
