คบเด็กสร้างค่าย คบคนสร้างไฟฝัน (1)

28 พฤศจิกายน 2009

I

แสงแดดเริ่มคล้อยยามบ่าย ณ ช่วงเวลาที่สายลมหนาวกำลังพัดมาในรอบปี เสียงเพลงถูกบรรเลงให้ได้ยินแว่วๆ อันเป็นเพลงที่ไม่อาจได้ยินตามวิทยุทั่วไปนัก  นักศึกษาหลากหลายมหาวิทยาลัย หลากหลายท้องที่ตามสำเนียงพูดซึ่งสื่อสารต่อกันอย่างมิได้เขินอายในเมืองใหญ่  พวกเขาพร้อมใจกันมารวมกัน ณ สวนสันติชัยปราการ พร้อมทั้งเชิญชวนมา “คบเด็กสร้างค่าย” กับกิจกรรมที่พวกเขามานำเสนอ

ซุ้มแต่ละซุ้มต่างนำเสนอประเด็นที่หาที่กลุ่มชมรมได้มาร่วมกัน เช่น ซุ้มสิทธิ นำเสนอเกี่ยวกับประเด็นสัญชาติ ซุ้มเกี่ยวกับเรื่องเขื่อน ซุ้มเรื่องที่ดิน ซุ้มเรื่องสิ่งแวดล้อม ซุ้มเรื่องเกษตรกรรม ซุ้มค่ายสร้าง และซุ้มสุขภาพ  อีกทั้งยังมีร้านจาก “เด็กค่าย” ที่นำของทำมือมาขายแบบ “แบกะดิน” กัน

ในระหว่างที่คนต่างเดินดูของตามซุ้มอยู่นั้น บนเวทีก็เริ่มงานอย่างเป็นทางการ ก็มีวงดนตรีประจำค่าย ก็ได้มาวาดลวดลายบทเพลงที่ขับร้องกันในกิจกรรมค่ายอาสา อันเป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่แสดงให้เห็นถึงตัวตนของพวกเขา ผสมกับเพลงที่บ่งบอกถึงภูมิภาค ทั้งเหนือ อีสาน หรือใต้

จากนั้น ทางเวทีก็เริ่มส่งเสียงเรียกร้องความสนใจ เพื่อเรียกคนมารวมกันหน้าเวที ก่อนที่จะเริ่มด้วยการร้องเพลง “ดอกไม้อาสา” ร่วมกัน และพร้อมทั้งต่างมอบดอกไม้และรอยยิ้มให้แก่กัน

สำหรับกิจกรรม ณ สวนสันติชัยปราการนี้ เกิดขึ้นในวาระที่โครงการค่ายอาสาได้เกิดขึ้นมาเป็นปีที่ 4  ดังนั้นในปีนี้ จึงได้จัด มหกรรมค่ายสร้างสุข ตอน “คบเด็กสร้างค่าย” ขึ้นมา

II



“ร้อนไหมครับ ร้อนกว่าชาวไร่ชาวนาไหมครับ” นายแพทย์วิชัย โชควิวัฒน ประธานมูลนิธิโกมล คีมทอง ได้เกริ่นถามนักศึกษาที่มาร่วมกันในงาน ก่อนที่จะเล่าถึงประสบการณ์ของตนในวัยเรียนที่ไปสัมผัสชนบทผ่านค่าย  ในตอนนั้น ทั้งๆ ที่ตอนแรกไม่ได้อยากไปค่าย ไม่รู้สึกน่าสนใจเพราะเป็นคนชนบทอยู่แล้ว  “ผมเป็นคนบ้านนอก ที่บ้านไม่ไฟฟ้า ต้องอ่านหนังสือโดยใช้แสงจากตะเกียง ต้องไปหาบน้ำในบ่อ ผมจึงคิดว่าผมรู้จักบ้านนอกดี ดังนั้น เมื่อมีคนชวนไปค่าย ผมจึงไม่ค่อยสนใจ  แต่ว่าผมเห็นเพื่อนที่ไปค่ายกลับมาแล้วเขาจะรู้สึกซึ้งมาก ผมรู้สึกแปลกใจ ผมจึงลองไปดู”

นายแพทย์วิชัยกล่าวถึงตนเองในอดีตที่คิดว่าตนเองรู้จักชนบทดี แต่จากการได้ไปค่าย เหมือนกับว่าเป็นการเปิดโลก “แม้ว่าสิ่งต่างๆ รอบตัวจะสัมผัสกับชนบท แต่ก็ไม่ได้รู้สึกว่ามีปัญหาอะไร แต่พอได้ไปค่าย ทำให้ไปได้พบเจอปัญหาต่างๆ ของชาวบ้าน และมาช่วยกันคิดว่าจะช่วยเหลือได้อย่างไร”

“การเรียนของเราขาดสมดุล การเรียนต้องเรียนให้ครบทุกมิติ ทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญา และสังคม  แต่ในมหาวิทยาลัยเราได้มาพบกันในห้องเรียนกันเป็นส่วนใหญ่ การเรียนก็คิดว่าทำอย่างไรเพื่อให้สอบให้ผ่าน ไม่ได้สนใจการพัฒนาการด้านร่างกาย การออกกำลังกายก็สนใจกันน้อย”

นอกจากนี้ นายแพทย์วิชัยยังได้กล่าวถึงประเทศอังกฤษที่มีระบบการศึกษาที่ไม่ได้สอนเพียงแค่ความรู้ แต่ยังสอนการใช้ชีวิตด้วย  ”โรงเรียนที่อังกฤษเป็นโรงเรียนประจำ ที่หอพักไม่ใช่เพียงแค่ที่หลับนอน แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของระบบการศึกษา เช่นเดียวกับประเทศจีนที่ให้ความสำคัญกับหอพัก ให้นักศึกษาพักหอรวมกัน ทำให้มีเวลามากในการเรียนรู้แทนที่จะใช้เวลาไปในการเดินทาง ต่างกับรัฐบาลของไทยทุกยุคสมัย ที่ไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องหอพักเลย”

“การไปทำค่ายเป็นบทเรียนจากของจริงเป็นโอกาสที่ฝึกฝนได้ดีเยี่ยม ได้เห็นและเรียนรู้คนที่เขาลำบากและด้วยกว่าเรา  มูลนิธิโกมลคีมทองได้เป็นผู้เชื่อมต่ออุดมคติที่ครูโกมล อดีตนักศึกษาครุศาสตร์ ได้ทิ้งไว้ให้คนรุ่นต่อไป ดังที่ครูโกมลได้อุทิศตนไปทำงานในที่ห่างไกล  แม้ครูโกมลจะเสียชีวิตไป แต่อุดมการณ์ไม่ได้ตายไปด้วย

“เยาวชนเป็นอนาคตของชาติใช่ไหม? ไม่ใช่ แต่เยาวชนเป็นปัจจุบันของชาติต่างหาก” นายแพทย์กำจร ตติยกวี คณะกรรมการแผนพัฒนาโครงการเปิดรับทั่วไปและนวัตกรรม สสส. ถามถึงความสำคัญของเยาวชน ทว่าคำถามนี้คงเป็นสิ่งที่เยาวชนต้องตอบด้วยตัวเขาเอง

มาหาอะไรในมหาวิทยาลัย?  นพ.กำจรเปรยเชิงคำถามและกล่าวต่อว่า “เราไม่ได้ต้องการเพียงแค่มาหาความรู้ แต่เราต้องการมาหาชีวิตและความเป็นจริง  สี่ปีในมหาวิทยาลัยเป็นช่วงที่มีอิสระทางความคิด หลังจากนั้นแล้วก็จะเริ่มอิสระยากขึ้น”

ช่วงชีวิตในมหาวิทยาลัยเป็นช่วงชีวิตที่มีโอกาส เกิดการไปทำค่ายที่ไปช่วยเหลือผู้อื่น แต่ว่าต่อมาอุดมคติเหล่านี้ก็หายไป ค่ายก็กลายเป็นอยากที่จะไปสนุกสนาน ไปกินเหล้า การพนัน บุหรี่ ดังนั้น สสส. ก็อยากสนันสนุนให้เยาวชนมีโอกาส สร้างค่ายที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม

ต่อจากนั้น พี่อ๋อย จากชุมชนคลองโยง อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม ที่เหล่านักศึกษาเด็กค่้ายต่างได้ไปสัมผัสลงพื้นที่ปัญหาชุมชนมาแล้ว และในวันงานมหกรรมนี้ ชุมชนคลองโยงก็มาทำอาหารในงานอีกด้วย  เริ่มต้นพี่อ๋อยกล่าวด้วยน้ำเสียงชวนให้เด็กค่ายหวนคิดถึงวันวานที่ไปค่ายเรียนรู้เรื่องที่ดินที่ชุมชนคลองโยง “พ่อก็บอกกับลูกๆ ทุกคน ว่าเมื่อไรจะกับไปที่ชุมชนอีกครั้งนึง คนในชุมชนก็ฝากคิดถึงมา” และพี่อ๋อยก็ยังฝากประเด็นปัญหาและเชิญชวนเด็กค่ายทั้งหลายไปทำค่ายกันอีกครั้ง

จากนั้นตัวแทนนักศึกษาได้กล่าวถึงข้อเสนอแนะการสนับสนุนกิจกรรมนักศึกษาและส่งมอบให้แก่ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ดร.ชินภัทร ภูมิรัตน  สุดท้ายในงานพิธีตัวแทนนักศึกษาก็ได้มอบดอกไม้ อันเป็นสัญลักษณ์จากบทเพลง “ดอกไม้อาสา” ให้ทั้งสี่ท่าน



มี 25 ความคิดเห็น สำหรับ “คบเด็กสร้างค่าย คบคนสร้างไฟฝัน (1)”

»
  1. แมลง ONE
    29 พฤศจิกายน 2009 เมื่อ 1:12 pm

    เมื่อวานสนุกมากมาย
    เสียดายไม่ได้ดูพี่ธีร์รำนางไห ชุดนี้ทุกคนแต่งตัวกันสุดฤทธิ์เลย
    ไชโยตีกลองสะบัดชัยเก่งมากเลยอะ ชอบๆ
    ชุดอื่นๆก็สวย อลังการกันมากอะ ทุ้มทุนกันจิงๆ
    สำหรับพี่เลี้ยงโกมลและพี่ติ๊กนะค่ะ ยังมีคนรอทานข้าวเย็นด้วยนะพี่ (อิอิ)

  2. changnoi
    30 พฤศจิกายน 2009 เมื่อ 3:31 pm

    ตั้งใจอยากจะมาช่วยเตรียมงานแต่ก็ไม่ได้ช่วยเลย
    ได้แต่ป่วน 555++ งานนี้จะว่าไปก็เหมือนกับเป็นงานคืนสู่เหย้าของเหล่าบรรดาเด็กค่ายเลย
    -อยากขอบคุณทุกคน ทุกสิ่ง ทุกอย่าง ที่ทำให้งานนี้เกิดขึ้น
    -อยากขอบคุณทุกแรงกาย ทุกแรงใจ
    ที่ทำให้ความคิดถึงของเราไม่ต้องเหนื่อยเกินไป ก็ได้บอกกับพวกเธอเบาๆไงว่าคิดถึง
    -ขอบคุณบ้าน… ที่ให้เราได้ซุกหัวนอนกัน
    ขอบคุณรอยยิ้ม ขอบคุณมิตรภาพดีดีที่ทุกคนมีให้กัน

    …คิดถึงนะ…

  3. ธีร์
    1 ธันวาคม 2009 เมื่อ 11:04 am

    คนที่ไม่ได้ดูการแสดง

    ขอบอกว่าพลาดอย่างแรง

  4. แมลง ONE
    1 ธันวาคม 2009 เมื่อ 10:26 pm

    hmmm พี่ธีร์ขอรูปมาดูบ้างดิ
    วีดีโอก็ได้ อยากดูมากมาย

  5. นกตามฝัน
    2 ธันวาคม 2009 เมื่อ 12:06 pm

    อยากดูรูปทั้งงาน ถอดบทเรียนที่กาญ กะ งานด้วยจ้า

  6. ธีร์
    2 ธันวาคม 2009 เมื่อ 3:45 pm

    55555

    จะเอาไปแบล็คเมล์พี่ใช่ปะ

  7. แมลง ONE
    2 ธันวาคม 2009 เมื่อ 5:50 pm

    ใครจะแบล็คเมล์พี่ธีร์ เอามาดูซะดีๆนะ

  8. ธีร์
    3 ธันวาคม 2009 เมื่อ 2:09 pm

    น้องอุ๊

    ต้องมีข้อแลกเปลี่ยนนะ

    55555

  9. แมลง ONE
    3 ธันวาคม 2009 เมื่อ 8:50 pm

    จะมีอารัยแลกเปลี่ยนค่ะ
    คงไม่ใช่ป…นะ

  10. พี่หนุ่ย
    4 ธันวาคม 2009 เมื่อ 11:12 am

    คิดถึงทุกคนที่สู๊ดดดดดดดดดดดดดดดด

  11. Cameraman
    6 ธันวาคม 2009 เมื่อ 5:25 pm

    คิดถึงชาวระบายฝันจะงแฮะ

    อิอิ

  12. ธีร์
    8 ธันวาคม 2009 เมื่อ 11:17 am

    น้องอุ๊ ถะ ถะ ถูก ต้อง

    คริ คริ

    คาเมร่าแมน แอนด์ แฮนด์ซั่ม

    คิดถึงใครเป็นพิเศษในระบายฝันปะ

    อิอิ เสือ

  13. รัก:ยม ระบายฝัน
    8 ธันวาคม 2009 เมื่อ 6:45 pm

    อยากดูรูปงานมหกรรมค่ายสร้างสุขจังเลย

    จิงๆ น่ะ

    ^__^

  14. ธีร์
    9 ธันวาคม 2009 เมื่อ 9:28 am

    ถ้างั้น

    ต้องกลับมาดู ที่ โกมล แล้วล่ะ

    มาดิๆ

  15. แมลง ONE
    9 ธันวาคม 2009 เมื่อ 5:36 pm

    พี่ธีร์กลับไปดูรูปงานมหกรรม
    ที่โกมลอย่างไงอะ
    ไม่เข้าใจ

  16. ธีร์
    11 ธันวาคม 2009 เมื่อ 9:36 am

    หมายถึง

    ต้องมาที่โกมล ไง

    ในคอมพ์

    ยังไม่ได้เอาลงเลย

    ในเวบน่ะ

  17. นิรนาม
    12 ธันวาคม 2009 เมื่อ 7:22 pm

    คิดถึง t จังเลย
    คิดถึงวันเก่าๆๆ
    คิดถึงเรืองราวเล่านั้น
    คิดถึงตอนทั่อยู่ด้วยกัน
    แต่หน้าเสียดาย……(come ming soon)

  18. นายสายหมอก
    15 ธันวาคม 2009 เมื่อ 9:53 am

    น่าเสียดายมากเลยพี่หนุ่ย

    กลับมาไม่ทันงาน

    พอดี กลับไปรับปริญญา ยังไง

    พี่หนุ่ยช่วยนำภาพบรรยากาศงานลงในเว็ปด้วยนะครับ

  19. ธีร์
    17 ธันวาคม 2009 เมื่อ 11:31 am

    คุณนิรนาม

    คัมมิ่งซูน

    กำลังจะมาเร็วๆ นี้ใช่

    น่าเสียดายเนอะ

    ที่ไม่อยากรู้แล้วล่ะ

    หมดเวลาตื่นเต้นแล้ว

  20. สหายภู
    18 ธันวาคม 2009 เมื่อ 10:14 am

    นี้เป็นพื้นที่ให้คุยกันแค่สองคนเองหรอ
    อยากมีส่วนร่วมบ้าง

  21. แมลง ONE
    18 ธันวาคม 2009 เมื่อ 5:58 pm

    ถึง สหายภู
    อย่าเพิ่งน้อยใจนะ
    เข้ามาคุยกานเลย บอร์ดนี้จะได้คึกคัก

  22. changnoi
    7 มกราคม 2010 เมื่อ 5:05 pm

    รู้ไหมว่าฉันคิดถึง…

  23. แอส บางกรวย
    19 มกราคม 2010 เมื่อ 10:32 am

    คิดถึงด้วยคนได้ไหม

  24. คนวัยใสฯ
    11 กุมภาพันธ์ 2010 เมื่อ 9:31 pm

    คิดถึงทุกคนนะค่ะ

  25. พี่ติ๊ก
    9 กรกฎาคม 2010 เมื่อ 11:41 am

    คิดๆๆๆๆๆถึงน้องทุกๆๆๆคนจ้า

ร่วมแสดงความเห็น