เรื่องเล่า: ความประทับใจจากค่าย “ท่าด้วง”

25 มิถุนายน 2009

clip_9

รุ่งเช้าของวันจันทร์ที่ ๙ มีนาคม ๒๕๕๒ บริเวณลานเอนกประสงค์ และบริเวณด้านข้างอาคารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการแพทย์ คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตศาลายา นักศึกษากลุ่มหนึ่ง กำลังยืนเรียงแถวต่อๆ กันเพื่อขนย้ายกระเป๋าและสัมภาระขึ้นบนรถบัส ๒ คันที่จอด รออยู่บริเวณนั้น ในสายตาของผู้คนที่ผ่านไปมาอาจเข้าใจว่าพวกเขากำลังเตรียมตัวเดินทางเพื่อไปทำกิจกรรมในช่วงปิดภาคเรียน เช่น พักผ่อนหรือทัศนะศึกษาหาความสำราญเพื่อผ่อนคลายจากการเรียนที่ตรากตรำมาตลอดภาคการศึกษา หรืออาจทำให้ชวนคิดว่าพวกเขากำลังเตรียมตัวออก “ค่ายอาสาพัฒนา” ในถิ่นทุรกันดาร ซึ่งเป็นภาพที่คุ้นเคยสำหรับนักศึกษาในมหาวิทยาลัย อันเป็นกิจกรรมที่เกิดจากจิตสำนึกในการทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม หากแต่ว่านักศึกษากลุ่มนี้ ซึ่งประเมินด้วยสายตาเป็นนักศึกษาหญิงส่วนใหญ่ มีนักศึกษาชายปะปนอยู่บางส่วน จำนวนโดยรวมประมาณกว่า 90 คน ด้วยบุคลิกหน้าตาที่ค่อนข้างจะอ่อนวัย และบอบบาง ชวนให้คิดว่าพวกเขาจะไปออกค่ายแบบไหนกัน!

clip_2

“เทคนิคการแพทย์ร่วมใจ ห่วงใยสุขภาพปวงชน” เป็นชื่อค่าย และชื่อป้ายที่ถูกเขียนลงบนแผ่นผ้าติดไว้ข้างรถบัสทั้งสองคัน พาหนะที่จะนำพวกเขาไปสู่การเรียนรู้และพบกับประสบการณ์ใหม่ๆ นอกห้องเรียนในช่วงปิดภาคเรียน ระหว่างวันที่ ๙-๑๖ มีนาคม ๒๕๕๒ ณ ชุมชนตำบลท่าด้วง อำเภอหนองไผ่ จังหวัดเพชรบูรณ์

ค่ายนี้มิใช่ค่ายแรกที่จัดขึ้น หากแต่จัดขึ้นติดต่อกันมากว่า ๑๕ ปีโดยการริเริ่มและดำเนินการโดยนักศึกษา สาขาเทคนิคการแพทย์ และมีคณาจารย์คอยเป็นพี่เลี้ยงให้คำปรึกษา ภายใต้การสนับสนุนของคณะ องค์กรในชุมชน บริษัทห้างร้าน ตลอดจนหยาดเหงื่อของนักศึกษาในการระดมทุนด้วยวิธีต่างๆ  สำหรับค่ายในปีนี้ ได้รับการสนับสนุนหลักจาก โครงการค่ายอาสาพัฒนาสร้างเสริมสุขภาพปี ๒๕๕๒ (Healt@camp) สำนักงานกองทุนสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดยมูลนิธิโกมลคีมทอง คณะเทคนิคการแพทย์มหาวิทยาลัยมหิดล และองค์การบริหารส่วนตำบลท่าด้วง

ในการจัดกิจกรรมค่ายครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ ให้นักศึกษาได้มีโอกาส

  • เรียนรู้และสัมผัสกับประสบการณ์จริงนอกห้องเรียน ซึ่งไม่มีอยู่ในห้องสมุด ให้ค้นคว้า และไม่มีให้อ่านในตำรา
  • ทำกิจกรรมร่วมกัน โดยร่วมคิด ร่วมวางแผน ร่วมรับผิดชอบ ในกิจกรรมร่วมกันอย่างเต็มที่
  • นำความรู้จากวิชาชีพ “เทคนิคการแพทย์” จากในห้องเรียน ไปใช้เพื่อการพัฒนา ส่งเสริมสุขภาพของประชาชนในชุมชน สร้างชุมชนให้ชุมชนเข้มแข็งผ่านมิติการสร้างเสริมสุขภาพ

ภายใต้วัตถุประสงค์ของการจัดกิจกรรมค่ายครั้งนี้ มีกิจกรรมหลากหลายที่มีคุณค่า สะท้อนถึงความสำเร็จและมีบทเรียนที่น่าศึกษาเพื่อเรียนรู้สำหรับการจัดกิจกรรมในครั้งต่อไป สิ่งที่จะนำมาเล่าสู่กันฟังในที่นี้เป็นเพียงประสบการณ์ที่พวกเราทุกคนเผชิญร่วมกัน แก้ไขปัญหาที่พบร่วมกัน และปฏิบัติการร่วมกัน เพื่อสร้างชุมชนให้มีสุขภาพดีถ้วนหน้า ผ่านกิจกรรมค่ายดังต่อไปนี้

 

clip_3 

 

1. กิจกรรมชุมชนสัมพันธ์
กิจกรรมนี้มีสาระสำคัญก็คือ การพัฒนาทักษะต่างๆ ในการเข้าถึงชุมชน การนำความรู้เข้าสู่ชุมชนในรูปแบบต่างๆ การเรียนรู้จากชุมชน และการสร้างปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับชุมชน ดูเหมือนเป็นเรื่องง่ายๆ แต่เมื่อมีโอกาสได้ทดลองจะรู้ว่าไม่ใช่เรื่องง่ายเลยในการที่จะพูดคุย อธิบายให้ชาวบ้าน รับรู้และเข้าใจในสิ่งที่เหล่านักศึกษาต้องการจะสื่อ โดยมีโจทย์สำคัญคือการเข้าไปแนะนำตัว ชักชวน เชิญชวน ชาวบ้านด้วยวิธีการเยี่ยมบ้าน เพื่อให้ลุง ป้า น้า อา รับทราบ ถึงวัตถุประสงค์ของการมาทำกิจกรรมในครั้งนี้ และเข้าร่วมกิจกรรมที่กลุ่มนักศึกษาจัดขึ้น เป็นการประชาสัมพันธ์ ควบคู่กันกับการประเมินสภาวะสุขภาพของชุมชนเบื้องต้น พร้อมกับการเตรียมเก็บตัวอย่างตรวจ โดยมีอุปกรณ์บรรจุตัวอย่างตรวจหาพยาธิในอุจจาระเป็นสื่อในการพูดคุย

“หนูชื่อ……ผมชื่อ…….เป็นนักศึกษา จากคณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล พวกเรามาออกค่ายสุขภาพ” …เสียงพูดคุยเจื้อยแจ้วที่เริ่มต้นด้วยความขัดๆ เขินๆ ในระยะแรกๆ และเริ่มลื่นไหล ง่ายขึ้นในระยะต่อมา สำหรับใครหลายๆ คนถึงกับเอ่ยปากว่า ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ได้มีโอกาสพูดคุยแนะนำคนแปลกหน้าที่พวกเขาเองก็เพิ่งรู้จักหน้าค่าตา พวกเขาได้เรียนรู้ว่า ไม่ใช่เรื่องยากที่จะสร้างไมตรีกับชาวบ้านที่นี่ ทุกคนต่างมีน้ำใจ พูดคุยด้วยไมตรี มันทำให้พวกเขาทำงานได้ง่ายและสนุกสนานขึ้นเรื่อยๆ จนลืมเหนื่อย

กว่าจะกลับถึงค่าย ก็หลังตะวันตกดินไปแล้ว หลายกลุ่มหลายคณะที่แยกย้าย มีผลไม้ มะขามหวาน ละมุด มะปราง ติดไม้ติดมือมา เป็นเครื่องบ่งบอกถึงน้ำใจไมตรีของชาวบ้านแถบนี้ และเป็นเครื่องวัดความสำเร็จของนักประชาสัมพันธ์มือใหม่ เรื่องเล่าและประสบการณ์ใหม่ๆ สดๆ ถูกนำมาแลกเปลี่ยนผ่านเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้หลังอาหารมื้อค่ำ หลายคนมีภาพประทับใจมาเล่าสู่กันฟัง แน่นอนทุกคนรู้ว่าประสบการณ์เหล่านี้ไม่สามารถหาได้ ในรั้วมหาวิทยาลัย ไม่สามารถหาได้ในชั้นเรียน  

clip_4

นอกจากนี้ในกิจกรรมชุมชนสัมพันธ์ เราพบเห็นทักษะของนักศึกษาที่สามารถเปลี่ยนสถานการณ์ในชุมชน ให้เป็นโอกาสในการเชิญชวนประชาชนเข้าร่วมกิจกรรม จากตลาดนัดชุมชนที่ดำเนินกิจกรรมตามปกติ พวกเขาเข้าจับจองพื้นที่ส่วนหนึ่งเพื่อเป็นตลาดนัดแห่งการเรียนรู้ด้านสุขภาพ การลงชุมชนที่จะต้องเผชิญสถานการณ์เฉพาะหน้าที่หลากหลาย และมีความแตกต่าง นักศึกษากลุ่มนี้ได้เปลี่ยนแนวคิดการสื่อสารกับชุมชน นอกเหนือจากการพบปะชุมชนตามบ้าน โดยมองกว้างไปถึงสถานที่ที่ประชาชนมารวมตัวกัน เช่น ตลาดนัด เพื่อมาจับจ่ายซื้อสิ้นค้า เป็นต้น  พวกเขาได้สรรหากลวิธีเพื่อการให้ความรู้ด้านสุขภาพแก่ชุมชนอย่างเต็มที่ ผ่านกิจกรรมชุมชนสัมพันธ์ : การให้ความรู้เรื่องสุขภาพเชิงรุกที่ตลาดนัดในชุมชนนั่นเอง

 clip_5

2. งานบริการตรวจประเมินภาวะสุขภาพ และตรวจหาพยาธิ
เป็นกิจกรรมที่ท้าทายมากทีเดียวสำหรับจำนวนตัวอย่างส่งตรวจที่ประมาณการไว้ในแผนงานที่ค่อนข้างสูง สวนทางกับสภาพความเป็นจริงของชุมชน การมีเป้าหมายและตัวชี้วัดชัดเจนเช่นนี้ หากปราศจากการประเมินสถานการณ์ที่ถูกต้อง และการวางแผนที่ดีอาจทำให้กิจกรรมไม่ประสบความสำเร็จได้ เช่นเดียวกับบทเรียนที่เหล่านักศึกษาได้รับ ทำให้ต้องปรับเปลี่ยนบทบาทจากตั้งรับเป็นเชิงรุกแทน ในการบริการจึงมีทั้งการให้บริการที่ค่าย และการบริการโดยใช้หน่วยบริการเคลื่อนที่ ในพื้นที่ห่างไกลที่ชาวบ้านไม่สะดวกที่จะมารับบริการในค่าย ทำให้กิจกรรมในส่วนนี้ ขยายพื้นที่บริการออกไปจากแผนเดิมที่วางไว้ เพื่อให้ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น

clip_6

กิจกรรมในส่วนกลางเริ่มขึ้นโดยการนำตัวอย่างอุจจาระที่ได้จากชาวบ้านโดยการประสานงานกับพี่ๆอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) มาตรวจหาพยาธิที่เป็นตัวทำลายสุขภาพของประชาชน  อย่างไรก็ตามในกิจกรรมการตรวจมิใช่เป็นการตั้งหน้าตั้งตาตรวจเพื่อหาตัวพยาธิ หรือหาเชื้ออย่างที่พวกเขาเรียนในห้องเรียนเท่านั้น พวกเขาสร้างบรรยากาศของการตรวจสุขภาพให้เป็นบรรยากาศการเรียนรู้และการให้ความรู้แก่ประชาชนไปพร้อมๆ กัน มีการจัดซุ้มแสดงนิทรรศการ ให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องโรคต่างๆ รวมถึงโรคพยาธิ แนะนำการรับประทานอาหารเพื่อลดภาวะเสี่ยงต่อการนำพยาธิเข้าสู่ร่างกาย มีการวัดส่วนสูง ชั่งน้ำหนัก ดูมาตรฐานความสมส่วนของร่างกาย วัดความดัน ตรวจเบาหวาน แนะนำวิธีการดูแลตนเองให้แก่ประชาชนที่เข้ามาร่วมกิจกรรม

clip_7

สำหรับหน่วยบริการเคลื่อนที่ ได้ออกไปทำกิจกรรมในลักษณะเดียวกัน โดยอาศัยโอกาสที่ชาวบ้านจัดการประชุมหมู่บ้าน และโรงเรียนในสถานที่กันดาร เพื่อให้น้องๆ ได้มีโอกาสเรียนรู้วิชาสุขศึกษาจากพี่ๆ ได้เรียนรู้จักตัวอย่างพยาธิจากของจริง ส่องดูพยาธิจากกล้องจุลทรรศน์ และการสาธิตวิธีการล้างมืออย่างถูกต้อง เป็นกิจกรรมที่สร้างความสนุกสนาน ให้กับน้องๆ และพี่ๆ เป็นอย่างมาก สังเกตจากสีหน้า แววตาที่ตื่นเต้น สนุกสนานของ น้องๆ กับนิทรรศการการเฉพาะกิจเคลื่อนที่ที่จัดขึ้น ทำให้พี่ๆ หลายคนแอบปลื้ม และภาคภูมิใจอยู่ลึกๆ กับผลงานของตนเอง

บทสรุปของกิจกรรมนี้อาจจะกล่าวได้ว่า หากจะวัดความสำเร็จจากจำนวนตัวอย่างสิ่งตรวจ และผู้เข้ารับบริการเป็นเป้าหมาย พวกเขาอาจจะต้องกลับมาทบทวนกระบวนการทำงาน โดยเฉพาะการกำหนดกลุ่มเป้าหมายและการประชาสัมพันธ์ หากแต่ถ้าประเมินผลการทำงานในเชิงคุณภาพและด้วยกระบวนการการมีส่วนร่วม และกระบวนการเรียนรู้ผ่านกิจกรรมงานบริการตรวจและให้ความรู้นี้ เราจะพบว่า ชาวบ้าน และนักเรียน มีความสนใจกิจกรรมในภาพรวมเป็นอย่างดี และที่สำคัญ เหล่านักศึกษาได้มีโอกาสใช้ความรู้ที่ร่ำเรียนมาเพื่อการแนะนำ ชาวบ้านอย่างเต็มที่เช่นเดียวกัน เพื่อนำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้ชาวชุมชนท่าด้วงมีสุขภาพที่ดี

 clip_81

3. กิจกรรมพัฒนาชุมชน และสิ่งแวดล้อมให้เอื้อต่อการมีสุขภาพที่ดี
หากมองภาพกิจกรรมพัฒนาชุมชน คงจะอดนึกถึงภาพที่นักศึกษาที่ไปออกค่าย จะต้องมีการสร้างห้องน้ำ มุงหลังคา ทาสีโรงเรียน เก็บกวาดถนนหนทาง เป็นต้น ค่ายนี้ก็มีลักษณะที่ไม่แตกต่างมากนัก หากแต่สิ่งที่พวกเขาทำมิใช่สิ่งก่อสร้าง หรือสิ่งประดิษฐ์ที่มีใหญ่โตจนเกินกำลัง พวกเขาช่วยกันทาสีป้ายบอกทาง ภายในบริเวณโรงเรียนท่าด้วงพิทยาคม เพื่อให้ผู้ที่มาติดต่อได้รู้เส้นทาง และสถานที่ต่างๆ ภายในโรงเรียน ร่วมจัดสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการมีสุขภาพที่ดี การทำความสะอาดบริเวณโรงเรียน ห้องน้ำ ห้องสุขาให้น่าอยู่ น่าใช้ ตลอดจนการออกกำลังกายทุกวันเพื่อเป็นตัวอย่างที่ดีของการสร้างเสริมสุขภาพ และสำคัญที่สุดของกิจกรรมนี้คือการจัดสภาพแวดล้อมเพื่อการพัฒนาปัญญา โดยการพัฒนาห้องสมุด งานหลักคือการซ่อมแซม จัดหมวดหมู่ และจัดเรียงหนังสือกว่า ๑,๐๐๐ เล่ม จัดบรรยากาศห้องสมุดให้เอื้อต่อการเรียนรู้ของน้องๆ เพื่อให้สนุกและเพลิดเพลินกับการอ่าน เสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางปัญญา ให้กับเยาวชนตำบลท่าด้วง

กิจกรรมค่ายครั้งนี้เป็นเพียงกิจกรรมหนึ่งในหลายกิจกรรม ที่คณะเทคนิคการแพทย์สนับสนุนในการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนานักศึกษาคณะเทคนิคการแพทย์ให้จบเป็นบัณฑิตที่มีความสมบูรณ์พร้อมในทุกๆ ด้าน เพื่อส่งเสริมให้นักศึกษาเทคนิคการแพทย์มีความภาคภูมิใจในวิชาชีพ และมีจิตสำนึกและห่วงใยต่อสุขภาพของชุมชนและสังคม สิ่งเหล่านี้ถูกปลูกฝัง หล่อหลอม และถ่ายทอดสืบต่อกันมา เพื่อให้นักศึกษาทุกคนได้ตระหนักถึงความสำคัญของการเห็นประโยชน์ของส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตน โดยน้อมนำพระราชปณิธานของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชนก หรือ “สมเด็จพระบิดา” ของพวกเราชาวมหาวิทยาลัยมหิดล มาปฏิบัติอย่างเต็มความภาคภูมิ



มี 9 ความคิดเห็น สำหรับ “เรื่องเล่า: ความประทับใจจากค่าย “ท่าด้วง””

»
  1. bantaoba
    28 มิถุนายน 2009 เมื่อ 11:03 pm

    เห็นค่ายนี้แล้วคิดถึงบ้านและเพื่อนที่หนองไผ่ เพชรบูรณ์ ขอชื่นชมในจิตอาสาของทุกท่าน คราวหน้ามาออกค่ายลักษณะนี้ที่โรงเรียนบ้างนะครับ (โรงเรียนบ้านเตาบ่า http://school.obec.go.th/taoba อีเมล์ bantaoba@hotmail.com)

  2. Gonggoy
    19 กรกฎาคม 2009 เมื่อ 11:31 am

    ค่ะ…ดีมากเลยคิดที่จะทำค่ายอย่างนี้เหมือนกาน…เราเป็นนักศึกษาพยาบาลคิดว่าจาปายทำห้องพยาบาลเพื่อน้อง…ถ้าโครงการเราผ่านจามาแชร์นะ

  3. mtmu50
    24 กรกฎาคม 2009 เมื่อ 10:15 pm

    ได้เห็นน้องๆออกค่ายกันก้อทำให้นึกถึงสมัยตอนที่พี่ไปออกค่ายเหมือนกันที่ร้อยเอ็ด
    สนุกมากและทำให้เราได้ใช้ความรู้ที่เรียนมาอย่างแท้จริง หวังว่าโครงการนี้จะอยู่ยืนคู่กับเทคนิคการแพทย์มหิดลตลอดไปนะ

  4. MTMU
    26 กรกฎาคม 2009 เมื่อ 9:07 am

    เห็นแล้วชื่นใจครับที่น้องๆ ยังรักษาและสืบสานอุดมการณ์นี้ไว้
    และยังมีการจัดกิจกรรมที่หลากหลายขึ้น
    ดีมากครับ..ขอเป็นกำลังใจให้น้องๆ MTMU ทุกคนครับ
    จาก
    อดีตประธานค่ายครับ

  5. นิรนาม
    14 สิงหาคม 2009 เมื่อ 5:59 pm

    ดีใจค่ะเป็นเด็กท่าด้วง ด้วย ไม่คิดว่าจะมีคนนึกเรา

  6. โอ๋จัง
    14 สิงหาคม 2009 เมื่อ 6:07 pm

    ดีใจแทนชาวบ้านค่ะ ที่นั่นลำบากมาก อยากรู้ใครเป็นคนเสนอค่ะ ชื่นชมมากเลย โอ๋จัง

  7. โอ๋จัง
    14 สิงหาคม 2009 เมื่อ 6:08 pm

    พักที่ไหนกันเหรอค่ะ

  8. ฮั่น
    8 กันยายน 2009 เมื่อ 10:45 am

    ดีจัง
    เรียนจบแล้วเด๋วทามมั่ง
    จามีอีกป่าวคะ
    พยาบาล1

  9. ศิษย์ท่าด้วง
    18 พฤศจิกายน 2009 เมื่อ 8:49 pm

    ืที่น้องๆมาก็มาทำประโยชน์ให้เยอะครับ

ร่วมแสดงความเห็น