บ้านเล็กในป่าใหญ่ ค่ายลาดกระบังรวมพลังหารสอง

6 เมษายน 2009

552000003749602

จาก ASTVผู้จัดการออนไลน์

มูลนิธิโกมล คีมทอง ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)ร่วมหนุนเทคโนฯพระจอมเกล้า ลาดกระบัง สร้างค่าย “บ้านเล็กในป่าใหญ่”

“บ้านเล็กในป่าใหญ่” เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่มีเป้าหมายให้แก่ราษฎรอยู่ร่วมกับป่าไม้ได้อย่างยั่งยืน และเกื้อกูลกัน โดยราษฎรมีความเป็นอยู่แบบพอเพียง ตามวิถีชีวิตแบบดั้งเดิม และมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ฟื้นฟูป่า รวมทั้งพัฒนาคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เพื่อให้เกิดความรักถิ่นฐาน และการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้

ลิขิต จริตรัมย์ ประธานชมรมอนุรักษ์พลังงานหารสอง สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า เจ้าคุณทหารราชกระบัง กรุงเทพฯ เปิดเผยว่า จากการออกค่าย โครงการ “ค่ายลาดกระบังรวมพลังหารสอง ปีที่ 5” โดยได้รับการคัดเลือกจากมูลนิธิโกมล คีมทอง ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจากร่วมมือกับชุมชนในพื้นที่เพื่อร่วมกันทำโครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ในครั้งนี้ มีแกนนำ และลูกค่าย ประมาณ 60 คน

ทั้งนี้ ได้เลือกพื้นที่บ้านเกาะสะเดิ่ง ตำบลไล่โว่ อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี เนื่องจากชุมชนนี้เป็นชุมชนที่ตั้งอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร การดำรงชีวิตส่วนใหญ่ของชุมชนเกี่ยวข้องกับการพึ่งพาอาศัยป่าเป็นหลัก หากแต่การคืนสู่ป่าของชุมชนนั้นจะทำให้พื้นที่ป่ากลับมาไม่ใกล้เคียงกับอดีต ไม่ว่าจะเป็นระบบนิเวศป่าไม้ดั้งเดิม และความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ เป็นต้น ชมรมอนุรักษ์พลังงานหารสองเป็นกลุ่มนักศึกษาที่เล็งเห็นปัญหาที่เกิดขึ้น จึงได้จัดตั้งโครงการดังกล่าวขึ้น ซึ่งกำหนดออกค่ายระหว่างวันที่ 13 – 27 มีนาคมที่ผ่านมา

“จากการลงพื้นที่พบว่า ห้องเรียนสาขาเกาะสะเดิ่ง ตั้งอยู่หมู่ 3 ตำบลไล่โว่ เป็นห้องเรียนสาขาของโรงเรียนบ้านกองม่องทะ โดยมีระยะทางห่างจากโรงเรียนบ้านกองม่องทะ 11 กิโลเมตร ต้องเดินทางด้วยเท้าใช้เวลาเกือบ 3 ชั่วโมง ซึ่งลำบากมากในช่วงหน้าฝน ทางผ่านจะเป็นป่าทึบ สลับร่องเขาและแม่น้ำ จะมีทากมาก ไม่มีไฟฟ้าใช้”

ลิขิต กล่าวว่า โรงเรียนแห่งนี้มีนักเรียนที่อาศัยในหมู่บ้านเข้ารับการศึกษา ซึ่งจะจัดการศึกษาในระดับอนุบาล และช่วงชั้นปีที่ 1 สำหรับนักเรียนในพื้นที่จำนวน 1 ห้อง และยังจัดให้เป็นศูนย์เด็กเล็กรวมอยู่ด้วย เนื่องจากบางครอบครัวพ่อแม่ ญาติ พี่น้อง ต้องออกไปทำไร่ ทำนา จึงต้องมาฝากไว้ รวมแล้วมีจำนวนนักเรียนกว่า 50 คน โดยอยู่ในการปกครองขององค์การบริหารส่วนตำบลไล่โว่ ประชากรส่วนใหญ่เป็นคนเชื้อสายกะเหรี่ยงและผู้พลัดถิ่นสัญชาติพม่า มีอาชีพทำไร่ เลี้ยงสัตว์ และบางครอบครัวก็ปลูกผัก ซึ่งมีรายได้ไม่แน่นอน

ส่วนสภาพของชุมชนยังไม่เข้าถึงหน่วยงานราชการเท่าที่ควร ประกอบกับชาวบ้านเองยังไม่เปิดใจรับหน่วยงานราชการ 100% เพราะยังมีความหวาดระแวงต่อเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานของรัฐที่มาจากนอกพื้นที่ เนื่องจากเกรงว่าจะเข้ามาขับไล่ให้ออกจากป่า ยังคงเป็นชุมชนครอบครัว เป็นเครือญาติกัน และส่วนใหญ่แต่งงานกันเองในหมู่บ้าน มีการแบ่งปัน เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และสิ่งที่สำคัญคือ ความมีน้ำใจต่อกันและกันยังมีอยู่มาก ยังคงมีขนบธรรมเนียมประเพณีท้องถิ่นเดิมไว้ และพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือในด้านต่างๆ
552000003749603jpeg
“โดยภาพรวมยังคงมีการดำรงชีวิตแบบวิถีดั้งเดิม และยังไม่เปลี่ยนแปลงไปตามเทคโนโลยีสมัยใหม่มากนัก อยู่แบบพอมีพอกิน และอย่างพอเพียง การดำรงชีวิตโดยพึ่งพาอาศัยป่า อาทิ ปลูกข้าวไร่ ปลูกผักไว้กินเอง ไม่ได้ทำการเกษตรในรูปแบบที่ต้องไปกู้ยืมเงินจากแหล่งต่างๆ เหมือนเช่นคนทำไร่ในปัจจุบันที่มุ่งเรื่องของผลกำไรจึงต้องลงทุนมากในเรื่องของ เมล็ดพันธุ์ ปุ๋ย เครื่องมือ เครื่องจักร แรงงาน รวมทั้งต้นทุนการผลิตต่างๆ ที่สูงมาก

“เมื่อได้พูดคุยกับชุมชน พบว่า ทางชุมชนต้องการโรงอาหารให้กับห้องเรียนสาขาเกาะสะเดิ่ง 1 หลัง เพราะชาวบ้านไม่มีเงินเหลือพอที่จะมาบริจาคสร้างโรงอาหาร ซึ่งที่ผ่านมาได้ขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานของรัฐ แต่จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือแต่อย่างใด จึงได้ร่วมกับชุมชนสร้างโรงอาหารให้ ด้วยวัสดุอุปกรณ์ที่มีอยู่ในพื้นที่

“ที่ผ่านมาเราได้ขอความช่วยไปยังสำนักงานเกษตรที่สูงอำเภอสังขละบุรี โดยการเชิญวิทยากรมาให้ความรู้กับชาวบ้านในเรื่องของการแปรรูปเมล็ดกาแฟ ซึ่งชุมชนมีกลุ่มแม่บ้าน และผู้ชายที่ว่างจากการทำไร่ ประมาณ 30 คน มาเข้ารับการอบรม รวมทั้งนักศึกษาอีกประมาณ 20 คน โดยได้เรียนรู้การแปรรูปเมล็ดกาแฟไปพร้อมๆ กัน ซึ่งชาวบ้านปลูกกาแฟไว้ในไร่ของตัวเอง ถึงแม้จะปลูกคนละไม่มากนักก็สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตจำหน่ายได้ โดยชาวบ้านเก็บเกี่ยวเมล็ดกาแฟสดมาตากแห้งได้ปี๊บละ 80 บาท แต่ถ้ามาแปรรูปเป็นกาแฟบดหรือคั่ว จะได้ราคาขีดละถึง 50 บาท เลยทีเดียว เป็นการเพิ่มมูลค่าของสินค้า ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่มีหน่วยงานใดยื่นมือเข้ามาให้ความช่วยเหลือเลย”

ลิขิต กล่าวต่อว่า ลูกค่ายยังมีกิจกรรมการอยู่ร่วมกับชุมชน เพื่อเรียนรู้การดำเนินชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการเรียนรู้การทำการเกษตรในที่สูง เช่น การปลูกข้าวไร่ ปลูกพริกกระเหรี่ยง เป็นต้น เพื่อศึกษาว่าพวกเขาสามารถทำการเกษตรในที่สูงได้อย่างไร และยังศึกษาด้วยว่า พวกเขาบุกรุกพื้นที่ป่า หรือทำไร่เลื่อนลอยตามข้อมูลที่หน่วยงานของรัฐรายงานหรือไม่ เพราะไม่อยากฟังข้อมูลจากทางราชการเพียงทางเดียว

“การเข้าค่ายในครั้งนี้ทำให้เราเห็นความจริงของสังคมที่ยังมีความแตกต่างกันอยู่มาก คนในสังคมเมืองกับคนในสังคมชนบทที่มีความแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง และหากไม่มีโซล่าเซลล์พวกเราก็ไม่มีไฟฟ้าใช้ ไม่สามารถทำกิจกรรมสร้างสรรค์ต่างๆ ได้ หรือแม้กระทั่งกิจกรรมสันทนาการก็ทำไม่ได้ แต่ก็ทำให้เราได้เรียนรู้วิถีชีวิตของชุมชน ยังได้เรียนรู้ถึงความมีน้ำใจ ความเอื้อเฟื้อที่ชาวบ้านมีให้ ซึ่งหาได้ยากในสังคมเมือง”

นายลิขิต กล่าวทิ้งท้ายถึงสิ่งที่รับการเดินทางเข้าค่ายของชมรมอนุรักษ์พลังงานหารสอง สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า เจ้าคุณทหารราชกระบัง ที่บ้านเกาะสะเดิ่ง ตำบลไล่โว่ อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี

“ทำให้บรรดานักศึกษา ได้ศึกษาเรียนรู้ชีวิตของเพื่อนร่วมชาติที่อยู่ห่างไกล ทั้งวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ สภาพแวดล้อม ภูมิประเทศ และน่าจะเป็นบทเรียนหนึ่งที่สามารถให้เยาวชนกลุ่มนี้ ได้เข้าใจเพื่อนร่วมชาติกลุ่มเล็กๆ กลุ่มนี้มากขึ้น”



มี 13 ความคิดเห็น สำหรับ “บ้านเล็กในป่าใหญ่ ค่ายลาดกระบังรวมพลังหารสอง”

»
  1. เด็กมช
    6 เมษายน 2009 เมื่อ 12:11 pm

    น่าหนุหดี นะค ับ

  2. เด็กจุฬา
    9 เมษายน 2009 เมื่อ 9:11 am

    ค่ายของลาดกระบังนี่ได้ลงหนังสือพิมพ์
    ลงเว็บหลายเว็บด้วยนะเนี่ย

  3. บอม มธ
    16 เมษายน 2009 เมื่อ 6:43 pm

    น่าสนุกดีนะครับ
    เป็นค่ายที่น่าไปจิง ๆ
    ชมรมนี้ได้ยินบ่อยนะเนี่ย

  4. หนุ่มศิษย์เก่ารามฯ
    29 เมษายน 2009 เมื่อ 3:53 pm

    น่าชื่นชม สมกับเป็นเด็กรุ่นใหม่จริงๆ

  5. nonghubbhome
    2 พฤษภาคม 2009 เมื่อ 11:15 pm

    >>>> อยากทามค่ายยย<<<<<

  6. หนูตาโต คนต้นกล้า
    22 พฤษภาคม 2009 เมื่อ 10:26 pm

    ไปใกล้กันเลย
    มีครูจากโรงเรียนเกาะเสดิ่งมาหาพวกหนูหลังจากออกจากค่ายสร้างฝายที่หมู่บ้านสะละวะ บอกว่าให้ไปช่วยเปลี่ยนหลังคาอาคารเอนกประสงค์ให้หน่อย ขอแรงอย่างเดียว น่าเสียดายที่มีเหตุให้เราไม่ได้ไป ครูเค้าเล่าให้ฟังว่าพวกคุณมาสร้างอาคารให้ น่าชื่นชมมากค่ะ ถ้ามีโอกาสยังไงก็กลับไปเยี่ยมที่นั่นบ้านนะคะ เดินทางไม่ลำบากนัก มีรถเข้าตลอด โบกได้ แต่ถ้าไม่มีก็เดิน 1 วัน
    เยี่ยมยอดมาก ๆ ขอชมอีกที

  7. ไม้
    8 มิถุนายน 2009 เมื่อ 6:02 pm

    อยากทำค่ายแบบนี้บ้างครับ

  8. ไม้
    8 มิถุนายน 2009 เมื่อ 6:03 pm

    เว็บไซด์ของชมรมค่ายอาสาพัฒนา ม.กรุงเทพครับ
    ขอเชิญเพื่อนๆๆชาวค่ายเข้ามาชมได้นะครับ
    http://www.workcampbu.com/

  9. โอ๋ ลาดกระบัง
    9 มิถุนายน 2009 เมื่อ 8:41 pm

    เค้าไปค่ายนี้มา
    ครึ่งเดือนแน่ะ
    เหนื่อยแต่สนุกมาก
    ทางไปลำบากมาก
    อยากให้ไปช่วยกันเยอะๆนะจ้ะ

  10. แวะมาดู
    11 มิถุนายน 2009 เมื่อ 12:51 am

    แน่นอนจิงๆ ลาดกระบังเนี่ย

  11. จุ๋ม ลีดจุฬา
    12 กรกฎาคม 2009 เมื่อ 1:36 am

    อุ้ยอยากไปจังรุยอ่ะ ถึกดี 555

  12. อบ ดาวมหาลัย
    12 กรกฎาคม 2009 เมื่อ 1:39 am

    อืมก้อน่าหนุกอ่ะ

    แต่เราเปนดาวคงไปม่ายได้อ่ะ

    เด๋วแม่ว่า

    อิอิอิ

  13. แบงค์ หารสอง
    16 กุมภาพันธ์ 2010 เมื่อ 6:39 pm

    หนุกจัง ค่ายนี้
    เหนื่อยมากมาย
    คิดถึงเพื่อนทุกคนคับ

ร่วมแสดงความเห็น